"Fly high but don't fly alone"
ทำความเข้าใจเรื่องราวของปรากฎการณ์ระดับโลกที่มีชื่อว่า "Pokémon GO" ในบล็อกเดียว
13 Aug 2016 13:46   [98980 views]

ใครติดตามเนยทางเฟสบุ๊คคงจะเห็นว่าเนยลงสนามตามติดสถานการณ์ Pokémon GO อย่างใกล้ชิดมาตั้งแต่วันแรกที่เล่นได้ที่ไทย

แต่จริงๆแล้วเราติดตามเรื่องนี้มานานมากตั้งแต่ก่อนเกมออก รวมถึงตอนเปิดงานเปิดตัว Samsung Galaxy Note 7 ก็แอบไปเล่นที่นิวยอร์คมา 4 วันด้วย โดยสาเหตุหลักๆก็เหมือนที่ไทย ไม่ได้ต้องการเล่นแบบเอาเป็นเอาตาย แต่ต้องการเข้าใจ "พฤติกรรม" ของผู้เล่นที่นั่น ก็เลยต้องเล่นด้วยและแอบแวะไปตามสถานที่ต่างๆที่ผู้เล่นรวมตัวกันอยู่เยอะๆ วันสุดท้ายที่อยู่นิวยอร์คนี่เดินไป 25,000 ก้าวเพื่อการณ์นี้เลย ... ได้เห็นอะไรเยอะอยู่เหมือนกัน (เก็บข้อมูลๆ)

พอกลับมาไทยตอนเที่ยงคืนปุ๊บ ปรากฏว่าตอนเช้าตื่นมาไทยก็เล่นได้เลย เราก็เลยชิวไป เล่นต่อจากนิวยอร์คเลย 555

จนถึงวันนี้ก็ผ่านไป 7 วันเต็มแล้วตั้งแต่เกมนี้เข้าไทย ก็ได้เห็นเหตุการณ์อะไรหลายๆอย่างเกิดขึ้นทั้งดีและไม่ดีในสัปดาห์ที่ผ่านมา และส่วนตัวก็ลงสนามไปดูสถานที่ต่างๆทุกวันเพื่อตามดูพฤติกรรมต่อในประเทศไทย แล้วก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจับผลัดจับผลูยังไง สื่อมาสัมภาษณ์เต็มเลย(จนสุดท้ายต้องปฏิเสธไปเกินครึ่งเพราะไม่มีเวลา) ก็น่าสนใจดีครับ

วันนี้เราเลยขอเอาเรื่องราวต่างๆที่ได้พบเจอมามาเล่าให้ฟังกันในบล็อกเดียวครับกับเกมที่กลายเป็นปรากฏการณ์ไปเรียบร้อยแล้ว "Pokémon GO"

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว

คงมีคนสงสัยว่าทำไมเราอินกับเรื่องนี้จัง ทำไมเราไปเดินดูสถานที่ต่างๆทุกวัน เรามีอะไรพิเศษกับเกมนี้หรอ?

คำตอบคือ "มี" ครับ

เมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้วตัวเราเองมีความคิดอยากจะทำเกมจับโปเกม่อนโดยอิงกับแผนที่จริงของโลก เราว่าเกมมันต้องบูมมากแน่ๆ ... ถูก มันคือ Pokémon GO แบบที่ออกตอนนี้เป๊ะๆ ต่างกันแค่ตอนนั้นยังไม่ได้คิด Business Model อะไรแบบเกมที่ออกตอนนี้

โดยเงื่อนไขของเกมที่อยากทำตอนนั้นคือ "ต้องเป็นคาแรคเตอร์ Pokémon เท่านั้น" ถึงแม้เราจะสามารถจ้างคนวาดตัวคาแรคเตอร์ขึ้นมาใหม่ได้ แต่ส่วนตัวเชื่อว่าถ้าไร้ตัวละครจาก Pokémon ถึงเกมจะทำมาดียังไงก็ไปไม่รอดเพราะมันไม่มีแรงดึงดูดอะไรเลยให้คนอยากเล่น

ตอนนั้นก็พยายามเต็มที่ว่าจะทำยังไงได้บ้าง และสุดท้ายก็ต้องล้มเลิกความตั้งใจไปเพราะประเด็นหลักๆ 2 ประเด็น

1) ค่าลิขสิทธิ์แผนที่ราคาสูงมาก มากแบบ มาก มาก มาก มาก มากกกก ตอนนั้นเคยไปคุยกับเจ้านึง เค้า Quote ราคามาหลักร้อยล้านบาทมั้งถ้าจำไม่ผิด

2) ติดต่อ Nintendo ไม่ได้ และถึงจะติดต่อได้เค้าก็ไม่ให้เราทำหรอก เราเป็นแค่ Developer ต๊อกต๋อยเอง

ด้วยสองประเด็นหลักๆนี้ความเป็นไปได้ของเราจึงกลายเป็น 0 และต้องพับโครงการไปในที่สุด

เวลาผ่านไป 3 ปี และแล้วเกมที่เคยคิดไว้ก็มีคนทำออกมาจนได้ และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเนยถึงอินกับเกมนี้เป็นพิเศษ เพราะเราเคยอยากทำเกมแบบนี้เป๊ะๆแบบ Exactly the same เลยนั่นเอง และรู้ว่าถ้าเกมนี้ออกมาจริงๆมันจะปังและดังในระดับ Phenomenon แน่นอน เราเลยเฝ้าติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด รวมถึงก่อนหน้านี้ก็มีไป Consult ให้แบรนด์ใหญ่ๆไปจับการทำแคมเปญกับเกมนี้แล้วตั้งแต่ก่อนเข้าไทย

อ่ะ คราวนี้มาต่อกันกับความเป็นมา คำถามคือ เอ ... แล้วทำไม Niantic ถึงทำเกมนี้ออกมาได้? ในเมื่ออุปสรรคมันเยอะขนาดนั้น อ่ะ งั้นมาดูกันว่าเกมนี้มีที่มายังไงครับ

"Ingress" จุดกำเนิดของเกม Pokémon GO

ถามว่าบริษัทที่ทำเกม Pokémon GO มานี้เค้าเริ่มทำเกมนี้เป็นเกมแรกเลยรึเปล่า? คำตอบคือ "เปล่า" ครับ

เกมแรกที่เค้าทำคือเกมที่ชื่อว่า Ingress ซึ่งเคยฮิตมากๆในไทยช่วงหนึ่ง และตอนนี้ก็ยังมีคนเล่นในไทยอยู่พอสมควร

เกม Ingress ก็มีที่มาน่ารักดี ในกูเกิลเดิมมีทีมชื่อว่า Niantic Labs ซึ่งเป็นหน่วยย่อยหน่วยนึงในองค์กร และวันหนึ่งถูก CEO อย่าง Larry Page ท้าว่า "ไหน ช่วยสร้างประสบการณ์ใหม่ๆสำหรับอุปกรณ์พกพาทั้งวันนี้และอนาคตหน่อยสิ"

และหลังจากสุมหัวกันสักพักนึง เกม Ingress ก็ถูกสร้างขึ้นมาจากภายในทีม Niantic นี้เองให้กลายเป็น "เกมที่เล่นกับโลกเสมือนจริงที่ถูกสร้างทับโลกจริงไว้บนแผนที่โลก"

ก็คือคล้ายๆกับที่เราจับโปเกมอนตามจุดต่างๆของโลกกันนี่แหละ เพียงแต่เกม Ingress มัน Geek กว่านั้นเยอะ หน้าที่หลักๆของผู้เล่นคือ ผู้เล่นจะถูกแบ่งออกมาเป็นสองสีและจะต้องเข้ายึดป้อม (Portal) ที่กระจายอยู่ทั่วโลกให้มากที่สุด จากนั้นก็จะต้องลิงก์ป้อมแต่ละอันเข้าด้วยกันเพื่อสร้างอาณาเขต จากนั้นก็ตีกันไปตีกันมา โดนสีตรงข้ามยึดไปเราก็ยกพวกไปยึดคืน บลาๆๆๆ ฟังดูเหมือนไม่มีอะไร แต่มันสนุกมากนะ มันคือการแข่งขันที่ไม่มีที่สิ้นสุด

และพอเล่นไปเรื่อยๆ ความยากก็จะสูงขึ้นเรื่อยๆ จะเริ่มเล่นคนเดียวไม่ได้ สุดท้ายต้องแห่กันไปที 4-5 คน จึงเกิดสังคมของผู้เล่น Ingress ที่เหนียวแน่นมาก หลายคนได้เพื่อนใหม่จากเกมนี้ (เราก็ด้วย) และสังคมก็ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆจริงจังขึ้นเรื่อยๆ เมืองนอกนี่มีมีตติ้งระดับร้อยคนอยู่เรื่อยๆเลย

ก็ถือเป็นเกมที่ Geek และมีความเป็นผู้ชายมาก ทำให้เกมนี้ได้รับความนิยมในหมู่ผู้ชายเท่านั้น มีผู้หญิงเล่นอยู่บ้างไม่เยอะ แต่พวกที่เล่นนี่ก็จริงจังมากเลยนะ

สำหรับหัวข้อนี้ก็น่าจะมองภาพออกแล้วว่าอุปสรรคแรกที่เราพูดถึงในหัวข้อก่อนหน้านี้อย่าง "ค่าลิขสิทธิ์แผนที่" ทางทีม Niantic เค้าผ่านมาได้ยังไง ... ง่ายๆเลย เพราะ Niantic Labs เดิมเป็นหน่วยงานของกูเกิล ดังนั้นเค้ามีสิทธิ์ในการเล่นกับ Google Maps ได้อย่างเต็มที่ครับ ค่าแผนที่จึงไม่ใช่ปัญหา

แต่ถึงจะมีแผนที่แล้วมันก็ไม่จบแค่นั้น คำถามต่อไปที่น่าสนใจคือ ที่บอกว่า Ingress มีป้อม (Portal) กระจายอยู่ทั่วโลก ทางทีมพัฒนาเค้าเอาข้อมูลเหล่านั้นมาจากไหน?

ที่มาของป้อมใน Ingress

เนื่องจาก Ingress ถูกพัฒนาด้วยทีมที่เล็กมาก แค่ 30-40 คน การจะให้เค้าไปสำรวจแผนที่ทั่วโลกก็คงไม่ใช่ หรือจะเอาข้อมูล Point of Interest จาก Google Maps มาก็ไม่ดี เพราะมันบอกแค่ว่าอะไรอยู่ตรงไหน ซึ่งนั่นไม่ได้แปลว่ามันจะเป็นตำแหน่งที่ดีที่เหมาะกับการเล่นเกมหนิ

แล้วจะทำยังไงให้รู้ว่าตำแหน่งนั้นๆเหมาะกับการเล่นเกมและเหมาะกับการตั้ง Portal หละ?

"ก็ให้ผู้เล่นส่งมาดิ"

และนั่นแหละครับคือปฏิบัติการณ์ที่ทำกันมาอย่างต่อเนื่องหลายปีดีดัก เริ่มแรกเกม Ingress มี Portal น้อยมาก (ในไทยนี่ช่วงแรกๆมีไม่ถึง 100 จุดเองมั้ง) ทางทีม Niantic ก็เลยเปิดฟังก์ชันให้ผู้เล่นถ่ายรูปสถานที่ต่างๆและส่งไปให้ทีมงานเพื่อสร้างเป็น Portal ให้เราเล่นได้ตรงจากในเกมเลย

แต่ก็ไม่ใช่ทุกจุดที่ส่งไปจะได้รับอนุมัตินะ ปรากฏว่ามีจุดถูกส่งไปทั้งหมด 15 ล้านจุดทั่วโลก แต่ผ่านจริงๆแค่ 5 ล้านจุดเท่านั้น และจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครรู้ว่าเค้ามีกฎเกณฑ์ยังไงในการพิจารณาว่าอันไหนผ่านไม่ผ่าน

ในไทยก็มีส่งไปกันเยอะทุกรูปแบบ ตึกบ้าง รูปปั้นบ้าง ศาลพระภูมิบ้าง และนี่เองที่เป็นคำตอบของข้อสงสัยว่า ทำไมในเกมโปเกมอนถึงมีแต่ศาลพระภูมิ ...

ป้อมในไทย รูปปั้น ศาลพระภูมิ

จากเท่าที่สังเกตดู เหมือนว่าถ้าเป็นตึกใหญ่ๆหรือบ้านช่องเนี่ย ทาง Ingress จะไม่เปิดเป็น Portal ให้ เพราะถือว่าไม่ใช่วัตถุที่เหมาะสม เค้าก็เลยเลือกเอาเฉพาะสิ่งที่เล็กๆหรือเป็นรูปเป็นร่างขนาดพอเหมาะ เช่น รูปปั้นเอยและ ... ศาลพระภูมิเอย

ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าใครเป็นคนส่งคนแรกๆ แต่พอศาลพระภูมิเริ่มได้รับอนุมัติ คนก็ส่งศาลพระภูมิเพิ่มไปรัวๆรัวๆรัวๆๆๆๆๆ และทางนั้นก็อนุมัติรัวๆๆๆๆๆ และสุดท้ายเกม Ingress ก็เลยกลายเป็นเกมยึดรูปปั้นและศาลพระภูมิไปในที่สุด 555 (คือไม่ได้ส่งแค่ศาลพระภูมินะ แต่ศาลพระภูมิดันได้รับอนุมัติเยอะสุด)

และทุกอย่างก็เป็นไปตามนั้น คนก็ส่งไปเพิ่ม ทีมก็อนุมัติเพิ่ม บลาๆๆๆๆ จนตอนนี้ถ้าเปิดเกม Ingress ก็จะเห็นว่ามี Portal อยู่ทั่วกรุงเทพฯแบบเยอะมาก ไปทางไหนก็เจอ ไปทางไหนก็เห็น

สุดท้ายหลังจากทุกอย่างเริ่มนิ่ง ทีม Niantic Labs ก็ปิดการรับพิกัดและรูปถ่ายสำหรับเปิด Portal และหันมาเริ่มโปรเจคใหม่ ...

ต่อยอดสู่เกมที่ Mass ขึ้น "Pokémon GO"

เมื่อสองปีที่แล้วทีม Google Maps มีเล่น April Fool Days ว่า "เราจะให้ทุกคนสามารถตามจับโปเกมอนในแผนที่ได้"

ก็เป็นการโกหกที่น่ารักดี แต่ ... เป็นมายังไงก็ไม่รู้ เหมือน Feedback จะดีมาก และมีคนอยากเล่นจริงๆมาก สุดท้ายกูเกิลก็เลยไปคุยกับ Nintendo จริงๆและเกิดเป็นโปรเจคตัวนี้ขึ้นมา Pokémon GO ที่เป็นการต่อยอดจาก Ingress มาอีกทีนึง มี Core หลักคล้ายๆกันคือเป็นเกมที่เล่นกับแผนที่จริง แต่แทนที่จะตีป้อมแบบ Geek ๆ เหมือน Ingress ก็เปลี่ยนเป็นจับโปเกมอนแทน และก็มีการเอาโปเกมอนที่จับได้ไปตียิมอีกด้วย

ซึ่งการที่มันเป็นการจับโปเกมอนก็เลยทำให้เกมสามารถเข้าถึงคนกลุ่มใหญ่มากๆได้ ไม่ต้องอธิบายเลยว่าเกมมันคืออะไร ทุกคนเข้าใจในทันทีและเริ่มเล่นได้เลย และที่สำคัญมากๆ

เกมนี้ทำให้ผู้หญิงอยากเล่นได้

ซึ่งถ้ามีเกมไหนทำได้เมื่อไหร่ก็บูมและรวยเมื่อนั้นครับ

เรียกว่าเข้าสู่ Mass ตั้งแต่เกมยังไม่ออกเลยหละ ทุกคนเฝ้ารอว่าเมื่อไหร่เกมจะออก ทุกคนอยากเล่น

และเพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่ควรจะเป็น ปี 2015 ที่ผ่านมา Niantic Labs จึงแยกตัวเป็นเอกเทศออกมาจากกูเกิลและตั้งเป็นบริษัท Niantic ไม่ยุ่งกับกูเกิลและมีสิทธิ์ในการตัดสินใจด้วยตัวเอง

และเกม Pokémon GO นี้ก็เป็นผลงานลิขสิทธิ์ร่วมระหว่างบริษัท Niantic และ The Pokémon Company ซึ่งทั้งสองบริษัทมาร่วมมือกันทำเกมนี้โดยเฉพาะนั่นเองครับ

วิธีการเล่นเกม Pokémon GO

เชื่อว่าน่าจะเล่นกันหมดแล้วแต่ก็ขอเขียนไว้พอเป็นพิธีละกันนะ

หลักๆเกม Pokémon GO จะให้เราสามารถเดินไปจับโปเกมอนตามจุดต่างๆของแผนที่ได้ และการจะจับได้ก็ต้องใช้บอลใช่มั้ยล่า และบอลนี้เราสามารถไปเก็บเอาจากจุดที่เรียกว่า PokeStop ซึ่งมีตั้งไว้ตามจุดต่างๆทั่วโลกนั่นเอง พอบอลหมดก็ต้องไปเก็บ พอเจอมอนก็เขวี้ยงบอลใส่ จากนั้นก็เลี้ยงมอนให้โตแล้วเอาไปสู้กับคนอื่นใน Gym เพื่อเอา XP และ Level Up ขึ้นเรื่อยๆ วนไปแบบนี้

ส่วนฟังก์ชันอื่นๆเช่น Lure พวกนี้ไว้พูดถึงอีกทีนึง แต่ Core แกนกลางของเกมน่าจะเข้าใจแล้วเนอะ ไม่ยากอะไร =)

PokeStop และ Gym แท้จริงคือ Portal

เรื่องแผนที่ไม่ใช่ปัญหาละเพราะเคยทำใน Ingress มาแล้ว

คำถามต่อไปคือ เค้าจะทำกำหนด PokeStop และ Gym ยังไง? ... ก็ไม่ใช่ปัญหาอีกแหละ ตอน Ingress เค้ามีฐานข้อมูลของ Portal เยอะมากกกก 5 ล้านจุดทั่วโลกเชียวนะ ทาง Niantic เลยทำการคำนวณหา Portal ที่เหมาะสมแล้วสร้างเป็น PokeStop และ Gym สำหรับเกม Pokémon GO โดยอัตโนมัติ ซึ่งวิธีคำนวณเค้าก็ไม่ได้ออกมาบอกอย่างชัดเจน เหมือนได้ยินมาว่า Portal ไหนคนผ่านเยอะมากๆจะตั้งเป็น Gym และผ่านรองลงมาจะเปลี่ยนเป็น PokeStop และถ้าคนผ่านน้อยมากจะตัดทิ้งไปจากเกมเลย (นั่นทำให้ PokeStop และ Gym ในเกม Pokémon GO มีน้อยกว่า Portal ของเกม Ingress มาก) ลองดูตัวอย่างจากภาพด้านล่างนี้ได้เลย

ก็จะเห็นว่ามันเป็นจุดเดียวกันเลย แต่บางอันจะโดนตัดทิ้ง

ดังนั้นคำถามที่ว่าใครเป็นคนกำหนดจุด PokeStop และ Gym ... จริงๆเบื้องต้นคนที่กำหนดทุกจุดบนโลกก็คือผู้เล่นเกม Ingress นี่แหละ ไม่ใช่ใครที่ไหน ไม่ได้อิงกับอย่างอื่นเลย เป็น Portal ของเกม Ingress ล้วนๆ เพียงแต่เค้าแปลงข้อมูลเหล่านั้นมาเป็นของที่ใช้เล่นได้ในอีกเกมนึงเท่านั้นเอง

และนี่เป็นเหตุผลว่าทำไมตอนเกมเปิดตัววันแรกถึงมี PokeStop และ Gym เตรียมให้เราเล่นเรียบร้อยแล้ว เพราะมันมาจากเกมที่แล้วนั่นเอง และก็เป็นเหตุผลอีกเช่นกันว่า .... ทำไมมีแต่ศาลพระภูมิ .... เปลี่ยนชื่อเกมแป๊บนะ

สรุปแล้ว Niantic ใช้ความได้เปรียบของตัวเองอย่างครบถ้วน แผนที่ก็มี ข้อมูล Portal เดิมก็มี และนี่เองทำให้ Niantic เป็นเพียงบริษัทเดียวในโลกที่ทำอะไรแบบนี้ได้ ... เป็นเรื่องที่ทุกคนควรศึกษาไว้ครับ เป็น Case Study ที่น่าสนใจว่ามาถึงวันนี้ได้อย่างไร สำหรับใครที่ทำ Startup ... นี่แหละครับ Unfair Advantage หละ =)

และถามว่างบประมาณที่ใช้ในการพัฒนาเกมนี้นั้นเท่าไหร่? ... ก็ไม่มากครับ แค่ 30 ล้านเหรียญหรือราวๆ 1 พันล้านบาทเท่านั้นเอง ...

การขอเอา PokeStop และ Gym ออกจากเกม

แน่นอนว่าการที่บางจุดถูกกำหนดให้เป็น Portal, PokeStop หรือ Gym ก็อาจจะทำให้เกิดความวุ่นวายในบริเวณนั้นได้

อย่างเช่นกรณีตัวอย่างในเดือนที่แล้วที่สหรัฐอเมริกา มีชายผู้หนึ่งตื่นมาแล้วต้องตกใจเมื่อเห็นคนนับร้อยยืนอยู่ตรงส่วนหน้าบ้านก้มหน้าก้มตากดมือถือ สุดท้ายจึงได้รู้ว่าบ้านที่ตัวเองอยู่เคยเป็นโบสถ์มาก่อน และมีคนเคยสร้าง Portal เอาไว้ พอเปิดเกมโปเกมอนโกมาก็ทำให้คนแห่กันมาที่บ้านหลังนี้

เจ้าของบ้านรู้สึกไม่สบายใจมากก็เลยแจ้งไปทาง Niantic ให้เอา PokeStop ออกไป และทางนั้นก็เอาออกแต่โดยดี ...

ดังนั้นจริงๆใครก็ร้องขอให้เอา PokeStop หรือ Gym ออกได้นะครับ ไม่ต้องทำหนังสือส่งไปบอก เค้าทำเว็บให้เราแจ้งความจำนงอยู่แล้ว อายเค้านะ ...

ยังไงใครเจอเคสที่อาจจะสร้างการรบกวนหรือไม่สบายใจก็สามารถไปแจ้งเอา PokeStop หรือ Gym ในที่แห่งนั้นออกได้ครับที่ Submit a Request

ทำไม Pokémon GO ถึงดัง? [เปล่า ... ไม่ใช่เพราะ AR เลย]

จริงๆมีหลายกระแสที่วิเคราะห์กันนะ บอกว่าเพราะ AR บ้าง เพราะความอยากเอาชนะบ้าง เพราะกระแสบ้าง

แต่ส่วนตัวบอกไว้ตั้งแต่วันแรกที่รู้ว่าเค้าจะทำแล้วว่า "มันจะกลายเป็นปรากฎการณ์" สาเหตุหลักๆที่เกมนี้มันดังคือคำๆนี้ครับ "Pokémon"

เชื่อว่า Gen Y ทุกคนเคยผ่านเกม Pokémon มาหมดแล้ว ถึงจะไม่ได้เล่นก็ต้องรู้จักมัน ตอนนั้นทุกคนมีความฝันว่าการจับโปเกมอนมันเท่มาก ถ้ามีโปเกมอนให้จับในโลกจริงจะต้องออกไปจับให้ได้

และวันนี้มันก็เป็นเรื่องจริงแล้วนั่นเอง และไม่ใช่แค่นั้น มันเป็นเรื่องของ Timing ที่พอเหมาะพอเจาะอีกด้วย ตอนนี้ Gen Y ผู้ที่มีความฝันในวัยเด็กในตอนนั้น บัดนี้ได้กลายเป็นผู้ใหญ่ที่โตแล้ว มีงานทำแล้วและมีเงินแล้ว เมื่อมีสิ่งที่สามารถเติมเต็มความฝันในวัยเด็กได้แล้วจะรออะไรหละครับ

นี่แหละความสำเร็จเบื้องหลังของเกมนี้ มันเป็นเกมที่มีเหล่าแฟนๆอยู่แล้วเป็นร้อยล้านคน พอเกมออกคนเหล่านี้ก็เฮกันไปเล่น ก็จะได้เห็นจากว่าอายุเฉลี่ยของคนที่เล่นจะเกิน 20 กันหมด ส่วนใหญ่ทำงานแล้วด้วย ก็เป็นไปตามนั้นครับ

สำหรับ Scene ที่เห็นที่นิวยอร์คจะต่างจากไทยนิดหน่อย ที่นิวยอร์คจะไม่ค่อยเห็นเด็กเล่นเกมนี้เลย จะเป็นผู้ใหญ่ 25+ ทั้งนั้น บางคนผมหงอก บางคน 40-50 แล้ว ซึ่งก็เป็นไปตามที่อธิบายสาเหตุไว้ทุกประการ แต่สำหรับคนไทยเราพบว่ามีเด็กมาเล่นเยอะอยู่พอสมควร แต่ก็อย่าดูถูกเด็ก ... เจอหลายคนแล้วที่จำชื่อโปเกมอนได้ทุกตัว เรายังจำไม่ได้เลยนะ

น่าจะเพราะเป็นคนเอเชีย มีความผูกพันกับตัวละครพวกนี้มากกว่าฝั่งเมกาก็เป็นได้ แต่นั่นแหละ สุดท้ายมันคือกลุ่มฐานเดิมที่มีอยู่แล้วที่ทำให้เกมนี้ประสบความสำเร็จแบบข้ามคืนอย่างตอนนี้

หากออกเกมแบบเดียวกันแต่ไม่ใช่ Pokémon เชื่อสิ ยอดโหลดแสนนึงก็เยอะแล้ว =)

(เผื่อใครยังไม่ทราบ Pokémon GO ไม่ใช่เกมแรกที่ทำแบบนี้ ก่อนหน้านี้มีคนทำมาหลายตัวแล้ว ตายหมด)

สำหรับปรากฏการณ์โกยเงิน Gen Y ก็มีให้เห็นหลายอย่างนะ ลองสังเกตดูก็ได้ มีผู้ประกอบการจำนวนมากโฟกัสไปกับการเอาของเก่ามาทำใหม่หรือต่อเติมแล้วขายคน Gen Y ที่ชัดสุดก็อุตสาหกรรมหนังที่อยู่ดีๆก็สร้าง Star Wars ภาคต่อมาเป็นต้น โกยเงินกันไป Gen Y ทั้งนั้น

ก็ตามนั้นครับ หวังว่าน่าจะเห็นภาพกัน ^_^

กระแสหรือยาวนาน?

คำถามยอดฮิต ทุกสื่อถามคำถามนี้หมด(ถัดจากคำถามว่าทำไมมีแต่ศาลพระภูมิ)

ก็ตอบยากนะ มันมีหลายปัจจัย แต่ถ้าให้ตอบตอนนี้ก็คงจะตอบเหมือนเดิมกับที่ตอบทุกสื่อไป

"เป็นไปตามกลไกเกม"

โดยเฉลี่ยแล้ว เกมฮิตเกือบทุกเกมมีสถิติยอดผู้เล่นหายไปเหลือเพียง 20% เมื่อเวลาผ่านไปแค่ 1 เดือนและหลังจากนั้นก็จะนิ่งและคงที่ มีคนเล่นต่อไปเรื่อยๆตามจำนวน (ยกเว้นพวกเกมสั้นๆอย่าง Flappy Bird ที่หายฮวบในเวลาอันสั้น)

และกับเกม Pokémon GO ก็น่าจะเป็นไปตามกลไกนี้เช่นกัน ภาพที่เราเห็นคนเยอะๆตามพารากอน ผ่านไป 1 เดือนก็จะมีคนอยู่ แต่จะหายไป 80% คงเหลือคนนั่งกดนั่งจิ้มให้เราเห็นอยู่ แต่พวกที่เหลือนี่แหละ Loyalty

อย่างไรก็ตาม กลไกเกมไม่ได้จบแค่นั้นเพราะนักพัฒนาเกมจะรู้กันว่าต้องปล่อยเวอร์ชันที่ฟีเจอร์ยังไม่ครบออกไปก่อน แล้วทยอยอัปเดตเพิ่มฟีเจอร์โน่นนี่เข้าไป สำหรับเกม Pokémon GO ก็เช่นกัน เวอร์ชันที่เราเล่นอยู่นี้เป็นแค่ไม่ถึงครึ่งของเกมทั้งหมดที่ทางผู้พัฒนาวางแผนไว้

และกลไกที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้คือพอคนเริ่มจะเบื่อแล้ว เค้าก็จะกระทุ้งด้วยของเล่นใหม่ คนก็จะกลับมาติดใหม่และก็จะเบื่อแล้วก็จะมีของใหม่ เป็นแบบนี้เรื่อยไปเพื่อรักษาฐานผู้เล่น รอดูได้ คาดว่าอีกไม่นานจะปล่อยโปเกมอน Gen 2 ออกมาให้จับเพิ่มละ (Gen แรกยังจับไม่ครบเลยยย)

ส่วนตัวเลยคิดว่าสำหรับคำถามว่า "กระแสหรือยาวนาน" ก็คงตอบไปว่า "เกมอื่นเป็นยังไง เกมนี้ก็เป็นอย่างงั้นแหละ" แต่สิ่งที่อาจจะต่างไปนิดหน่อยคือเกมนี้มันสร้างปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนและคนอื่นได้ แถมยังเหมาะกับสภาวะรถติดจัดๆทุกวันจันทร์ถึงอาทิตย์อย่างกรุงเทพฯอีกด้วย ก็อาจจะดึงให้คนเลิกเล่นช้าลงได้อยู่

อันนี้ก็เป็นการคาดเดาอ่านะ สุดท้ายต้องรอดูอย่างเป็นทางการอีกทีว่าจะเป็นยังไง

แต่ไม่ว่างอนาคตจะเป็นอย่างไร ... นาทีนี้แบรนด์ต่างๆต้องจับมันมาทำมาร์เก็ตติ้งละครับ ตีเหล็กต้องตีตอนร้อนนะ

โอกาสทางธุรกิจกับการทำมาร์เก็ตติ้งด้วยเกมโปเกมอนโก

ตอนนี้กระแสเกม Pokémon GO หยุดไม่อยู่แล้ว และสิ่งที่สามารถเพิ่มได้แบบตรงไปตรงมาเลยคือ "จำนวนของคนที่เดินผ่านจุด PokeStop (หรือเรียกว่า Traffic)"

คนทำเกมคิดโมเดลไว้ดีมาก ปกติโปเกมอนจะเกิดแบบสุ่มและนานๆโผล่มาที ถ้าอยากจะเร่งให้มันโผล่มารัวๆเยอะๆเราสามารถซื้อสิ่งที่เรียกว่า Lure Module เพื่อเอาไปติด PokeStop ได้ สิ่งที่เปลี่ยนไปในเกมคือ PokeStop จะมีใบซากุระร่วงโรยโปรยปรายลงมา เป็นสัญลักษณ์ว่าจะมีโปเกมอนเกิดแถวนั้นเพียบเลยนะ! (สังเกตดูจากใต้ต้นตรงที่ตัวละครเรายืนอยู่ก็ได้ มันจะโผล่มาเยอะมาก)

ซึ่งเมื่อโปเกมอนเกิดเยอะ คนตอนนี้ก็กำลังฮิตจับโปเกม่อน ... ก็เฮกันไปสิครับ จะเหลือเหรอ

ช่วงนี้สยามพารากอนก็เล่นมาร์เก็ตติ้งค่อนข้างหนักด้วยการประกาศ "ติด Lure Module ให้ทั้งวัน" ตั้งแต่พารากอนยันสยามดิสฯ

และนี่คือภาพที่เกิดขึ้นครับ

หรือถ้าอยากดูเป็นวีดีโอก็นี่เลย

สำหรับราคาก็ไม่แพง อยู่ที่ 35 บาทต่อ 30 นาทีเท่านั้นเอง ถ้าจะเปิดวันละ 16 ชั่วโมงก็ตกต้นละ 1,120 บาท

ก็อาจจะมีคนสงสัย พารากอนคนไปเยอะอยู่แล้วรึเปล่า อันนี้เนยเลยทำการทดลองด้วยตัวเอง ซื้อ Lure Module มาติด 3 เสาท้ายสวนเบญจสิริ จากเดิมที่ตอนแรกไม่มีใครเลย และผ่านไปเพียง 3 นาทีเท่านั้น ผลที่เกิดขึ้นคือ ...

อันนี้คือถ่ายภาพมาแค่มุมเดียวนะ ถ้านับซ้ายนับขวาและนับคนเดินผ่านก็รวมแล้วประมาณ 50 คนได้ครับ คิดดูสิ 105 บาทเรียกคนมาได้ 50 คน ...

เทคนิคการปัก Lure ที่ดึงดูดคนที่สุดคือการปัก 3 เสาเป็นอย่างน้อย แล้วคนจะไปรวมอยู่ตรง 3 เสานั้นครับ ถ้าเสาเดียวมอนจะไม่ได้โผล่มาเยอะขนาดนั้น คนจะเดินหนีไปที่อื่น

ก็จะเห็นว่าการล่อ (Lure) ให้คนมายังจุดที่ต้องการเนี่ยทำได้ง่ายมากๆแล้ว ใครก็ทำได้ ซื้อ 35 บาทมาปักเสาจบ แต่อย่างไรก็ตาม ขอเตือนไว้ว่าการเพิ่ม Traffic ไม่ได้ก่อให้เกิด Sale เสมอไป บางทีคนอาจจะมาเล่นแล้วก็เดินจากไป ไม่ได้ทำให้ร้านค้าได้กำไรเพิ่มเลย ดังนั้นโจทย์จริงๆของการทำมาร์เก็ตติ้งตรงนี้คือ จะเปลี่ยน Traffic เป็น Sale ได้อย่างไร

ซึ่งตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับบริบทของสถานที่เลยครับ เคยทดลองกับร้านน้ำที่เขาใหญ่ ปรากฎว่าคนไปเก็บโปเกมอนได้สักพักก็เกิดหิวน้ำ ทำยังไงหละ? ก็เดินไปซื้อน้ำสิครับ สุดท้ายยอดขายพุ่งในเวลาแค่ 1 ชั่วโมง

สำหรับที่อื่นๆก็ต้องคิดไว้ด้วยว่าตัวเองทำธุรกิจอะไร และ Traffic ที่เกิดขึ้นจะส่งผลดีหรือผลเสียต่อธุรกิจนะครับ ด้วยความปรารถนาดี =)

* คำเตือนสำหรับผู้เล่น: หากมีการติด Lure ในที่เปลี่ยวๆ ให้นึกว่าโจรซื้อมาติดเสมอ ตระหนักไว้ว่ามันไม่คุ้มหรอกที่จะไป ไปตรงที่คนพลุกพล่านแหละดีที่สุด

การขอเพิ่ม PokeStop

ในขณะที่มีคนกำลังรำคาญกับ PokeStop และขอให้เกมเอาออก ก็มีอีกกลุ่มใหญ่ๆที่อยากตั้ง PokeStop เพิ่ม ... เดาออกมั้ยว่าใคร ... แน่นอน ห้างร้านนี่แหละครับ

หลายๆร้านอาหาร หลายๆห้างเห็นโอกาสนี้ก็อยากจะดึงคนไปที่ร้านด้วย Lure Module บ้าง

อย่างไรก็ตาม ... เสียใจด้วยครับ ตอนนี้ Niantic ยังไม่เปิดให้ขอเพิ่ม PokeStop ได้ แต่มีข่าวมาแล้วว่าอนาคตมีแน่นอน แต่จะอยู่ในรูปแบบของ Sponsored PokeStop ก็คือต้องจ่ายเงินเพื่อเพิ่มนั่นเอง ส่วนจะคุ้มมั้ยต้องดูราคาอีกทีครับ

สำหรับห้างร้านที่โชคดีมี PokeStop อยู่เยอะ ณ ขณะนี้ ยังไงก็อย่าลืมจัดโปรโมชั่นให้คนที่เล่น Ingress ด้วยนะครับ คนกลุ่มนี้แหละสร้างฐานให้คุณให้คุณมีโอกาสนี้ นี่พูดจริงๆนะ =D (ไม่ได้ทวงบุญคุณนะ เนยคงไม่ได้ไปร่วมด้วย แต่แบบ เราว่าคนที่เล่น Ingress คงจะรู้สึกดีใจและร่วมสนับสนุนคุณ นี่ชี้ทางๆ)

ไว้ได้รายละเอียดเรื่องการเพิ่ม PokeStop แล้วจะประกาศลงเพจอีกทีครับ

สิทธิ์ของ True ต่อ Pokémon

ก่อนหน้านี้ก็คงเห็นการให้ข่าวจากทางทรูมาอย่างต่อเนื่องเรื่องสิทธิ์ใน Pokémon ซึ่งสุดท้ายก็ชัดเจนว่า ทรูมีสิทธิ์แค่ในตัวคาแรคเตอร์ในเกมโปเกมอนเท่านั้น และไม่มีสิทธิ์ใดๆในตัวเกม Pokémon GO เลย

อย่างไรก็ตาม หากแบรนด์ไหนจะเอาคาแรคเตอร์โปเกมอนไปทำการตลาดหรือใช้ในเชิงพาณิชย์ อย่าลืมศึกษาเรื่อง License ก่อนให้เรียบร้อยด้วย เพราะคาดว่าทรูน่าจะถือลิขสิทธิ์ส่วนนี้อยู่ครับ

สิ่งที่อยากฝากทุกแบรนด์ไว้คือ

ทุกแบรนด์ควรจะเคารพสิทธิ์ทรูในส่วนของลิขสิทธิ์คาแรคเตอร์ที่ทรูถืออยู่ และทรูก็ควรจะเคารพสิทธิ์คนอื่นในส่วนที่ตัวเองไม่เกี่ยวข้องเช่นกัน ...

ตามนี้ครับ

สำหรับตอนนี้เนยกำลังติดต่อไปทาง Niantic และ Nintendo อยู่ถึงเรื่องสิทธิ์ที่ทรูถืออยู่และสิทธิ์อะไรที่เราสามารถทำกับเกมได้บ้าง ไว้ถ้าทาง Niantic ตอบกลับมาเมื่อไหร่จะมาบอกทุกคนทราบอีกทีครับ

สหรัฐฯใช้โปเกมอนโกในทางสายลับได้มั้ย?

ก็ไม่นึกว่าจะต้องเขียนอะไรแบบนี้ในบล็อก เพลียพอสมควร 555 แต่เขียนก็เขียน

ตอบแบบนี้ละกันครับ

"ถ้าเค้าจะทำก็ทำได้"

คือเกมมันรู้หมดเลยว่าเราเดินไปทางไหน มีพฤติกรรมยังไง สถานที่ต่างๆมีอะไรบ้าง ถ้าจะใช้ในเชิงสอดแนมก็ทำได้ แต่คำถามคือ ... ก็ให้ถามใจตัวเองแหละว่า "ไว้ใจ Niantic, Nintendo และ Google มั้ย?" (และก็อย่าไปทฤษฎีสมคบคิดว่าร่วมมือกับรัฐบาล เอาแค่บริษัทพวกนี้พอ)

ถ้าไม่ไว้ใจก็อย่าเล่นครับ ถ้าไว้ใจก็เล่นครับ แต่สำหรับคนที่บอกว่าไม่ไว้ใจ ก็อยากให้ตระหนักไว้อย่างนึงว่าทุกวันนี้ทุกค่ายไม่ว่าจะเป็น Google, Facebook, Apple หรือแม้แต่โอเปอเรเตอร์มือถือ ทุกรายต่างล้วนเก็บพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้ทั้งสิ้นครับ ก็ถามต่ออีกว่าถ้าไม่กลัวพวกนั้น ถ้ายังใช้กูเกิลและเฟสบุ๊คอยู่ทุกวัน แล้วทำไมถึงมากลัว Pokémon GO?

คือมันมีอะไรที่น่ากลัวกว่านั้นอีกเพียบครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกที่มีมัลแวร์ติดมือถือและคอมพ์ไปครึ่งโลก พวกนั้นโจรเพียวๆไม่มีเทวดาผสม เค้าแค่ไม่แสดงตัว พวกนั้นได้ข้อมูลของประเทศเราไปเยอะกว่าอีกครับ

ก็ประมาณนั้นแหละ เราอยู่ในปี 2016 แล้วอ่านะ ไม่ใช่ยุคหิน ...

สถิติ 1 เดือนของเกม Pokémon GO

ถึงบ้านเราจะเพิ่งเล่นได้ 7 วัน แต่ประเทศแรกๆก็เล่นไปแล้ว 1 เดือนเต็ม และนี่คือสถิติที่น่าสนใจครับ

- เป็นเกมที่ได้ยอดโหลด 10 ล้านโหลดเร็วที่สุดในโลก โดยใช้เวลาเพียง 7 วัน (จากการเปิดเพียงไม่กี่ประเทศด้วย)

- รายได้ทะลุ 200 ล้านเหรียญ (7 พันล้านบาท) แล้ว

- ผ่านไป 1 เดือน ยังมี Daily Active User อยู่ที่ประมาณ 15 ล้านคน (เคย Peak ที่ 30 ล้าน DAU)

- ยอด DAU แซง Tinder และ Twitter ไปเรียบร้อย

- มีคนเลิกเล่นไปแค่เพียง 21% หลังจากผ่านไป 10 วัน ในขณะที่ค่าเฉลี่ยเกมทั่วไปคนจะหายไป 60% เมื่อผ่านไป 10 วัน ถือเป็นสถิติ Churn Rate ที่น่าสนใจมาก

- เวลาที่ผู้เล่นใช้โดยเฉลี่ยในแต่ละวันคือ 26 นาที มี Engagement สูงกว่า Facebook

เรียกว่าเป็นเกมที่ทำสถิติหลายอย่างมาก รอดูกันยาวๆว่าจะสร้างปรากฏการณ์อะไรอีกได้มั้ย =)

มุมมองส่วนตัวต่อเกม Pokémon GO

เอาจริงๆก็แอบรู้สึกแปลกใจที่ผู้ใหญ่หลายๆท่านออกมาดำเนินการอะไรแปลกๆ คือไม่ได้ศึกษาอะไรกันมาก่อนเลย เชิญแต่ละคนไปก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย ประชุมเสร็จก็ไม่มีสาระสำคัญอะไรเลย จะเอาคนไม่เล่นเกมมาคุมคนเล่นเกมแล้วจะได้อะไร ...

ถามว่าส่วนตัวแล้วมุมมองต่อเกม Pokémon GO เป็นอย่างไรบ้าง? ตอบงี้ละกัน

"ถ้าเล่นเป็นก็เกิดประโยชน์ ถ้าเล่นไม่เป็นก็ถึงแก่ชีวิตได้ครับ"

ตอนเดินสวนเบญฯได้ยินคนหลายคนบ่นว่า "ปวดขามาก"

ฟังดูเป็นคำบ่น แต่จริงๆมันเกิดจากการเดินเยอะ แล้วลองคิดดูสิว่าแต่ละคนเคยเดินเยอะๆครั้งล่าสุดเมื่อไหร่กัน? นี่แหละครับ หากเล่นเป็นจะมีประโยชน์มาก ร่างกายจะแข็งแรง ได้ออกกำลังกายไปในตัว แถมได้สังคม ฯลฯ

แต่ก็เป็นดาบสองคม ถ้าเล่นไม่เป็นแล้วก้มหน้าก้มตาเดินก็อาจจะโดนรถชนได้ง่ายๆ (เห็นกับตามา 2 ครั้งที่เด็กอยู่ดีๆก็เดินลงถนนจนเกือบโดนรถชน) แต่ถ้าเอาแต่กลัวก็ไม่มีประโยชน์อะไร เราจะเรียนรู้อะไรจากการไม่ยอมทำอะไรเอาแต่ปิดกั้นบ้าง เดี๋ยวก็เหมือนเรื่องเพศที่ไม่ยอมสอนเด็กจนสุดท้ายเด็กไทยติดเอดส์และท้องก่อนวัยอันควรติดอันดับโลกหรอก ของพวกนี้ต้องเรียนรู้และสอนว่าอะไรควรอะไรไม่ควรพร้อมๆกับการให้เด็กได้เล่นสิ่งที่ตัวเองต้องการไป นั่นแหละ สมองของเด็กจะพัฒนาอย่างถูกต้อง

แล้วก็ลองคิดดู จริงๆปรากฏการณ์ที่ทุกคนออกมาเดินสวนสาธารณะและทำอะไรร่วมกันมันไม่ได้มีบ่อยหรอกนะ มันคือกิจกรรมระดับสังคม หากคิดว่ามีอะไรที่เป็นนิสัยเสียของคนไทยก็ใช้โอกาสนี้แก้ไขไปเลยสิ เช่นๆ ปกติคนไทยชอบเดินเล่นมือถือ ก็ใช้เกมนี้นี่แหละที่สอนว่าเวลาจะเล่นต้องหลบข้างนะ อย่าเดินเล่นนะ สุดท้ายพอคนไทยเรียนรู้ที่จะไม่เดินไปเล่นไป มันก็จะปรับนิสัยในการเล่นอย่างอื่นด้วยไม่ใช่แค่เกม Pokemon GO คิดสิคิด 

ประโยชน์ต่อธุรกิจก็มี บ่นว่าเศรษฐกิจไม่ดีก็ใช้ Lure Module กระตุ้นเศรษฐกิจสิ ทำได้นะไม่ได้พูดเล่น (นี่คือผลของการเอาคนไม่เล่นเกมมากำหนดกฎเกณฑ์มาคุมคนเล่นเกม พังหมด แทนที่จะได้ประโยชน์กันทุกฝ่าย)

ก็หวังแต่ว่าจะมีคนมีวิสัยทัศน์ทำอะไรสักอย่าง นี่ดีใจมากที่ททท.กำลังจะทำแคมเปญ หัวก้าวหน้ามากครับองค์กรนี้ ประทับใจ

เล่นอย่างไรให้ปลอดภัย

จริงๆนี่เป็นโอกาสอันดีมากที่จะปรับนิสัยชอบเดินก้มหน้าเล่นมือถือจนชนคนไปทั่วของคนไทย เลยทำภาพชุดนี้มากระตุ้นนิสัยให้คนฝึกหยุดหลบข้างๆไม่รบกวนทางเดิน และผลที่เกิดขึ้นก็จะส่งผลระยะยาว เล่นเฟส เล่น LINE ก็จะแอบไปเล่นข้างๆโดยอัตโนมัติเพราะความชิน อ่ะลองดูและทำตามครับ

อันนี้เป็นโพสต์ในเฟสบุ๊คครับ ใครอยากแชร์ก็แชร์ได้เลย หรือสื่อไหนเว็บไหนอยากเอาไปโพสต์ก็ยินดีครับ =) >> เล่น Pokemon GO อย่างไรให้ปลอดภัย

ภาพที่อยากเห็น

ก็ไปสำรวจมาหลายที่ พบว่าในสวนสาธารณะค่อนข้างจะจัดการสถานที่กันเรียบร้อยดี แต่ก็ยังมีบ้างที่ก้มหน้าก้มตาเดินจนคนอื่นเดินไม่ได้ ก็ปรับปรุงตัวครับๆ เพื่อสังคมโนะ =)

เราอยากเห็นภาพแบบนี้

ทำให้ได้ๆ ชีวิตจิดีมีความสุข =D

วิธีการเล่นให้เลเวลอัปไวๆ

ไว้บล็อกหน้า ไม่ไหวละ ไปหละ บัยย

ปล. เขียนตอนอดนอน นี่ไม่ได้นอนมา 36 ชั่วโมงละ T^T ถ้ามีประโยคไหนอ่านแล้วงงๆมึนๆบอกได้น้อ เดี๋ยวกลับมาแก้ตอนตื่น ตอนนี้สติไม่มีแหล่ว 555

บทความที่เกี่ยวข้อง

Apr 17, 2016, 15:31
24925 views
ตัวอย่างภาพถ่ายจาก Samsung Galaxy S7 Edge กับการก้าวข้ามขีดจำกัด "กล้องมือถือ"
Feb 10, 2017, 17:58
286090 views
#เนยใช้แล้วเนยว่าเยี่ยม Chromecast สุดยอด Gadget เปลี่ยนทีวีธรรมดาให้เป็น Smart TV
0 Comment(s)
Loading