""โอกาส" ก็สำคัญพอกับ "อากาศ" นั่นแหละ"
ประสบการณ์การ "ตอกเส้น" ที่ศูนย์พัฒนาการแพทย์แผนไทยสุโขทัย @ พุทธวิชชาลัย
16 Mar 2015 14:29   [47095 views]

เดือนกว่าๆที่แล้วมีโอกาสได้ไปลองรักษาอาการปวดหลังจาก Office Syndrome ด้วยการนวดแผนที่เคยได้ยินมาสักพักแล้วแต่ไม่มีโอกาสได้ไปสักทีอย่างการ "ตอกเส้น" ซึ่งเป็นศาสตร์เก่าแก่ที่มีมาแล้ว 2,600 ปี

โดยอาการที่เราเป็นคือสะบักจมแบบจมมมม แทบจะหาเส้นไม่เจอ หายไปอยู่ใต้สะบักหมด แล้วก็เจ็บปวดตรงสะบักนอกมากๆ (ด้านหลังบริเวณใต้รักแร้) ปวดแบบจับไม่ได้ แตะไม่ได้ แค่กดเบาๆก็น้ำตาไหลได้เลยทีเดียว พยายามรักษามาหลายศาสตร์ละ หายบ้างไม่หายบ้าง

ส่วนศาสตร์นี้ตอนแรกก็ไม่รู้หรอกว่าโดยรายละเอียดแล้วมันคืออะไร แต่ว่ามันใกล้บ้าน แม่ก็เลยลองพาไปดู เลยเอาประสบการณ์อัน .... (ไว้อ่านเองละกัน) มาเล่าให้ฟัง

สถานที่

สำหรับที่ตั้งของศูนย์พัฒนาการแพทย์แผนไทยสุโขทัยอยู่ที่ชั้น 2 ของพุทธวิชชาลัย อาคารทรงหกเหลี่ยมหรูเลิศของราชภัฏพระนครที่ตั้งอยู่ตรงวงเวียนบางเขน

map

อาคารนี้เป็นอาคารที่ใหญ่มากแต่กลับเงียบๆเน้นเอาไว้ทำเรื่องสงบๆ มีสถานปฏิบัติธรรม ทำสมาธิ ฯลฯ อยู่จำนวนมาก ดังนั้นถ้าจะไปให้แต่งตัวไปดีๆด้วย เพราะอารมณ์เหมือนไปวัดนิดนึงครับ

เดินขึ้นชั้น 2 ตามหาล็อคที่เป็นศูนย์พัฒนาการแพทย์แผนไทยสุโขทัย หน้าตาแบบนี้

23279_1

อย่างที่บอกว่าที่นี่จะเน้นปฏิบัติธรรมอะไรทำนองนี้ ทุกอย่างก็เลยดู Old School หน่อยๆ ก็ประมาณนี้แหละครับ ^^

บรรยากาศ

ที่นี่นับถือหลวงปู่ฤาษี เข้าไปก็จะเจอรูปปั้นขนาดเท่าคนจริงวางไว้อยู่

16267

ด้านในเป็นพื้นที่โล่งๆให้คนนอนตอกเส้นรวมกัน ไม่ได้แบ่งเป็นห้องๆเหมือนนวดแผนไทยนะ อย่างที่บอกว่าที่นี่ค่อนข้างบ้านๆชิวๆ Old School

8096

ก็ตอกโป๊กๆๆๆๆๆๆกันตรงนั้นแหละ เห็นแล้วก็ดูน่าสนุกดีนะ (สังเกตดู คนต่อแถวยาวมากกกกก -0-)

การต่อคิวรับการรักษา ค่าใช้จ่ายและการรอ

เดินเข้าไปแล้วจะรักษาเลยไม่ได้ ยังไม่ควอลิฟายยย ก่อนจะเริ่มเข้าคิวรับการรักษา ต้องไปตรวจความดันก่อนที่ห้องข้างๆก่อน เพราะกรณีที่ความดันสูงเกินไป เค้าจะไม่ตอกเส้นให้ กลัวเส้นเลือดในสมองแตก

28352

ถ้าผ่านเกณฑ์ ทางเจ้าหน้าที่ก็จะส่งบัตรหน้าตาแบบนี้มาให้พร้อมให้เรากรอกว่าเรามีโรคประจำตัวอะไรรึเปล่า

5271_1

ส่วนสำคัญคงเป็นตรงมุมด้านซ้ายล่างที่เขียนสรุปใจความได้ว่า "ถ้าบาดเจ็บห้ามฟ้อง" ...

5704

แค่เห็นก็อุ่นใจละ ... กุกลับเลยได้มั้ย T_T

แต่ไม่ได้ เพื่อพี่น้องเราจะสู้หลังชนฝา อ่ะ ลุยต่ออออออออออ

ยื่นบัตรนี้ให้กับพนักงาน(ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลุงๆป้าๆ) แล้วก็รอรับบัตรคิว ซึ่ง ... โดยเฉลี่ยจะต้องรอ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมงเป็นต้นไป ถ้าไปวันอาทิตย์ก็อาจจะ 2 ชั่วโมง -0-

สำหรับค่าใช้จ่ายไม่ได้กำหนดไว้ แล้วแต่ว่าจะทำบุญเท่าไหร่ ซึ่งเราจ่ายไป 300 บาทหละ รู้สึกกำลังสบายใจ

สำหรับวิธีการจ่ายก็ไม่ได้ยื่นเงินให้พนักงาน ต้องหยอดลงตู้บริจาคเอง วิธีที่ถูกต้องตามที่พนักงานบอกคือ "ต้องอธิษฐานก่อน สวดภาวนา จะได้ได้หมอดีๆนะ แล้วก็หยอดลงไปในตู้ได้เลย"

ดะดะดะเดี๋ยวนะ จะได้หมอดีๆตะตะตะต้องภาวนาด้วยหรอ

กลับได้มะ ToT

อ่ะ ต่อๆๆๆ จากนั้นก็รอรอรอรอรอรอรอรอและก็รออออออ แทบหลับอ่ะ ฝึกความอดทนได้ดีมาก

ตอกเส้นครั้งแรก

"คิวที่ 38 ค่ะ" และแล้วก็ถึงคิวของเรา

"เป็นอะไรมาเจ้าหนู" หมอตอกเส้นอายุรุ่นราวคราวน้าถามไถ่อาการ ก็เลยบอกไปว่า "ปวดสะบักมากเลยครับ บางทีก็แขนชา"

ว่าแล้วคุณน้าก็บอกให้นั่ง พร้อมไล่จับเส้นอย่างคล่องมือ อันนี้พูดเลยว่าประทับใจมากกกกกตั้งแต่ชอตแรก เพราะเราผ่านการนวดมาเยอะ รู้เลยว่าใครจับเส้นถูกไม่ถูกเป็นไม่เป็น ส่วนคนนี้เก่งระดับ Top เท่าที่เคยเจอมาเลย (ขนาดยังไม่เริ่มตอก)

พอคุณน้าจับเส้นเจอ ก็เริ่มหยิบไม้รูปแบบต่างๆมาตอก โป๊กๆๆๆๆๆๆ ไล่ตามเส้นเจ้าปัญหา ซึ่งไม้มีอยู่หลายรูปแบบเลยตามรูปแบบของเส้นที่จะตอก เช่นอันนี้ไว้ตอกเส้นขนาบข้างกระดูกสันหลัง

11744

12632

ตอนโดนตอกก็ทำให้รู้ละว่าศาสตร์นี้จริงๆแล้วมันก็คือการนวดแผนไทยนี่แหละ แต่ใช้ไม้มาช่วยเพื่อให้ถึงกว่า จากที่นิ้วกดๆๆๆก็จะจำกัดแรงและกว่าเส้นจะหลุดออกมาจากสะบักคงใช้เวลานานมากหรืออาจจะทำไม่ได้เลย แต่พอเป็นไม้ทุกอย่างก็ทำได้อย่างง่ายดาย ซึ่งแน่นอน หากทำไม่เป็น ก็จะทำให้อาการเลวร้ายลงไปมากๆได้ด้วยเช่นกันเลย นี่มันไม้สองคมชัดๆ

9607

แต่ก็ไม่ได้ตอกอย่างเดียวนะ มีการทำสลับกับการนวดด้วยมือ(และเท้า)ด้วย

14006

ความเจ็บในการตอกต้องบอกเลยว่าอยู่ในระดับร้องเสียงดังได้เลย โดยเฉพาะเมื่อตอกไปบริเวณที่มีปัญหา แต่เนื่องจากนอนรวมกันหลายคนก็เลยต้องเก็บอาการ เดี๋ยวมาดไม่แมน ...

ผ่านการตอกไปได้แป๊บนึง น้าหมอบอกให้ลองขยับแขนดูว่าดีขึ้นมั้ย ปรากฎว่า ... เฮ้ยยยยยยย มหัศจรรรรรรรย์ สะบักที่จมลงไปทั้งแถบนับเป็น 100% (ตั้งแต่ไหปลาร้าลงมาครึ่งหลัง) และสะบักนอกที่เจ็บมากกก กลับหายปวดไปราวๆ 30% ทันที! พอจับสะบักก็พบว่ามีกล้ามเนื้อโผล่มาจากไหนไม่รู้วววว (จริงๆคือรู้ มันหลุดออกมาจากสะบักที่จมแล้วนั่นเอง) ส่วนสะบักนอกก็เจ็บน้อยลงไป

ก็เลยทำตาเป็นประกายปิ๊งๆๆๆ มันดีมากเลยครับอย่างโง้นอย่างงี้ แต่ตรงนี้ยังไม่หลุดนะๆๆๆ หมอก็จับๆๆแล้วก็อื้มๆๆๆ จริงด้วย แล้วเค้าก็เริ่มตอกต่อ

คุณน้าหมอแกก็ไล่ตอกแก้ให้หลุดทีละจุดๆๆๆ (ไม่หลุดหมดไม่หยุดรักษาให้) ตอกสะบักทีแล้วก็จับหา Pair ที่สะบักนอกที เห็นเลยว่าค่อยๆหลุดออกมาทีละนิดๆๆๆ และรู้เลยว่าแกเก่งมากจริงๆ (มารู้ภายหลังว่าแกมาสายหมอนวดจับเส้น ก็เลยรู้เรื่องเส้นเป็นอย่างดี พอมารวมกับศาสตร์นี้ก็เลยเก่งมากและกลายเป็นอาจารย์ตัวเทพอยู่ตอนนี้ เราโชคดีมากๆ ดีนะที่ภาวนาไว้ ...)

จบการตอกเส้นครั้งแรก ใช้เวลาตอกไปประมาณ 1 ชั่วโมง เยอะกว่าชาวบ้านเค้าพอสมควร และสิ่งมหัศจรรย์ของโลกก็บังเกิด ...​ พื้นที่ที่เคยมีกล้ามเนื้ออยู่เพียงเล็กน้อยและตึงเปรี๊ยะอย่างสะบักหลัง ตอนนี้กลายเป็นมีกล้ามเนื้อขึ้นมาเป็นมัดๆดั่งบากิ คือจับต้องได้เลยนะ ให้ณิชลองจับดูก็บอกว่าต่างจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด ส่วนสะบักนอกก็กดได้เลยสบายๆ ความเจ็บลดลงเหลือ <10% จากตอนมา

แขนที่เคยชาและขยับลำบาก ก็กลับมาคล่องตัวอย่างไม่น่าเชื่อ

ก่อนกลับคุณน้าหมอก็สอนวิธีกายบริหารให้ด้วยว่าจะทำยังไงให้สะบักไม่จม บลาๆๆๆ ประทับใจครับ

ความเจ็บปวดและบอบช้ำต้องบอกว่าไม่มีเลย ไม่ต่างจากนวดแผนไทย ทั้งๆที่ไม้ที่ใช้ตอกดูโหดมาก แต่จบไปแล้วสบายมากกกก

สรุปแล้วครั้งแรกกลับไปด้วยความสุขสมหวังอย่างหาที่สุดมิได้ เคยรู้สึกดีแบบนี้คือครั้งตอนที่ไปนวดแผนจีนกับอาม่า พร้อมความรู้สึกในใจว่าต้องพาณิชมาลองดูให้ได้ (เจ้านั้นเป็นหนักมาก หนักกว่าเนยสิบเท่า)

ตอกเส้นครั้งที่สอง

ผ่านไป 9 วันเลยลากณิชไปลองดูด้วยกันอีกรอบ เพราะเจ้านี้เป็นบุคลากรปราบเซียน ต่อให้ดีแค่ไหนก็รักษามันไม่ได้

วันนั้นเป็นวันอาทิตย์​ ไปถึงตอนบ่ายๆ ทุกอย่างเหมือนเดิม ตรวจความดัน รับบัตรคิว ภาวนาและหยอดเงินใส่ตู้บริจาค ... (-_--")

และนั่งรอไปสองชั่วโมงเต็ม !

สุดท้ายได้เริ่มตอก เนยมีคนตอกคนนึง ส่วนณิชมีคนรุมตอกสามคน ! -0-

ซึ่งคราวนี้เนยได้คนตอกเป็นผู้ชายวัยกลางคน ประโยคแรกที่เจอมาคือ "ผมต้องบอกก่อนนะว่าผมไม่ได้มาสายหมอนวด ผมจับเส้นอะไรไม่เป็นเลย ผมก็ตอกตามอาการไปอย่างงั้น"

เอาละ แค่เริ่มก็เร้าใจละ ...

ตลอด 30 นาทีของการตอกเป็นอะไรที่ทรมานมากคราวนี้ เหมือนว่ามาคนละที่กับคราวที่แล้วเลย ตอกทุกอย่างจนช้ำและเจ็บปวดมาก มีจังหวะที่เห็นแล้วตกใจที่สุดคือการตอกเส้นขนาบกระดูกสันหลัง แล้วตอกแบบไม่ดูไม่จับก่อน ตอกๆๆๆๆไป แล้วสันหลังเราคด ตอนไล่ตอกไปเรื่อยๆจนถึงจุดนึงก็โป๊กกกกกเข้าสันหลังเต็มๆ แล้วเค้าก็เฮ้ย สันหลังคดหนิ ...​ ว๊ากกกกกกกกกก ไม่จับก่อนตอกฟระะะะะ

สักพักก็มีนวดสะบักนอกให้ด้วย ซึ่งวิธีการนวดนั้นผิดมาก ผลคือเส้นกลับไปเข้าติดเบ้าจนกลับมาปวดมากอีกครั้ง

จบการตอก ช้ำมาก เจ็บมาก และที่สำคัญ อะไรที่เคยหายด้วยการมาครั้งที่แล้ว ครั้งนี้อาการกลับมาหมด แถมเหมือนจะหนักกว่าเดิมด้วย สะบักกลับไปจมอีก สะบักนอกก็เจ็บมาก แขนเริ่มชาอีกรอบ

ด้วยความเป็นห่วงก็เลยเดินไปดูณิชกำลังถูกนั่งตอกย้ำๆๆๆๆอยู่ ย้ำแบบ 5 นาทีที่เดียวมั้ง แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร

21852

18938

จนกระทั่งตอกเสร็จ ณิชก็พูดมาว่า "ไม่เห็นดีขึ้นเลย แถมตอนนี้ปวดมากๆ"

ก็เลยพากันเดินทางกลับห้อง ระหว่างทางณิชก็โอดครวญตลอดทางว่าปวดๆๆๆๆ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร

จนกระทั่งถึงห้อง ลองส่องกระจกดูก็พบสิ่งนี้ ...

11476

และที่เห็นนี่ไม่ใช่เล็กๆ ใหญ่มากนะ ที่เคยเห็นสภาพแบบเดียวกันคือสภาพช้ำจากการตกบันไดหรือโดนรถชน ตกใจเลย แต่ก็ต้องให้กำลังใจว่าเดี๋ยวก็หายๆ ซึ่งใช้เวลาประมาณอาทิตย์นึงทุกอย่าง สภาพห้อเลือดถึงกลับมาเป็นปกติ แต่ข้างในยังปวดอยู่ ต้อง Recover อีกสักพัก และที่สำคัญ อาการปวดไม่ดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย

จึงได้เข้าใจเรียบร้อยว่าอะไรคืออะไร และรู้สึกผิดเล็กๆ ...

สรุป

ศาสตร์นี้เป็นศาสตร์ที่ดีหรือไม่ไม่สามารถตอบได้แฮะ แต่บอกได้ว่า ความสามารถของคนทำเป็นสิ่งที่กำหนดทุกอย่าง กรณีที่โชคดี​(อย่างเราได้น้าที่เป็นอาจารย์)ก็จะดีมาก เพราะพอรู้จุด รู้เส้นอย่างถูกหลักการ ก็จะสามารถใช้ไม้ตอกเพื่อให้ทุกอย่างหลุดออกมาได้ดีกว่าใช้มือมากนัก แต่พอเจอกรณีที่คนทำทำไม่เป็น ผลที่เกิดขึ้นก็เลวร้ายขนาดที่ห้อเลือดช้ำหนักจนนั่งไม่ได้ไปหลายวัน

ดังนั้นไม่ใช่แค่จะไปหาแล้วดีขึ้นแน่นอน แต่ต้องไปหาให้ถูกคนด้วย Best Case คือหายดี แต่ Worst Case เนี่ย ...​ ก็น่ากลัวอยู่

และเราก็ไม่รู้ว่าคนที่ทำให้เราดีมากวันแรกชื่ออะไร แต่ถ้าถามว่าจะไปอีกมั้ย คงไม่ไปแล้วแฮะ ... กลัวอ่ะ

บทความที่เกี่ยวข้อง

Sep 16, 2015, 23:57
7114 views
"เพราะอนาคตมีคำว่ายัง และอดีตมีคำว่าเคย" สุภาษิตประจำใจเนยที่อยากให้อ่านกัน
Aug 15, 2015, 02:00
15310 views
อยากไปให้ถึง "ยอด" ต้องเข้าให้ถึง "แก่น" เพราะ Fundamental นั้นสำคัญ
0 Comment(s)
Loading