"ไม่ต้องมีเวทมนตร์ ไม่ต้องไปหาแม่มด แค่คุณทำสิ่งที่โลกระลึกถึงตลอดกาล แค่นั้นคุณก็เป็นอมตะแล้ว"
ความท้าทายชิ้นใหญ่ของ Digital TV และจุดเริ่มต้นที่ดีของ Internet TV
28 May 2014 17:56

ตื่นเต้นกับ Digital TV กันมาหลายปี แต่พอประมูลเสร็จ เริ่มทดลองออกอากาศ ก็พบว่า ... "มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย" หรือพูดให้ถูกคือ "มันยากมาก"

ยากทั้งในฝั่งของคนดูที่ต้องปรับตัว เวลาที่ผ่านมาไม่ได้ทำให้รู้สึกว่า Set Top Box เป็นของจำเป็นแต่อย่างใดเลย อีกทั้งยังยากในฝั่งผู้ผลิตที่ต้องผลิตรายการเพิ่มขึ้นมา 24 ช่อง

แอบนั่งดูการปรับตัวของช่องต่างๆว่าจะทำยังไง ปรากฏว่าความรู้สึกที่เราสัมผัสได้ต่อผู้จัดคือ "ประมูลมาแล้ว ไม่รู้จะทำอะไรดี เวลามันเหลือ ทำยังไงดี"

อย่างไรก็ตาม ทุกช่องก็ทำอย่างเต็มที่ เต็มความสามารถ เพื่อจุดประสงค์ใหญ่คือ "ดึงคนมาดูช่องใหม่ให้ได้"

Strategy ที่ทุกช่องใหญ่ทำแบบจับต้องได้ ณ นาทีนี้คือ

1) การดึงคนที่ดังอยู่แล้ว ไปอยู่ช่องใหม่ เพื่อให้แฟนคลับตามไปดู รวมถึงการซื้อตัวข้ามช่องเพื่อการณ์นี้ บางคนมีรายการเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวเลย งานนี้ก็จะได้เห็นคนหน้าเก่าทำงานเป็นหลักสักครึ่งนึงอยู่ดี

2) Split ช่วงนึงของรายการที่ดังอยู่แล้วออกไปเป็นรายการใหม่

3) ขุดรายการเก่าๆมาสร้างใหม่

4) การซื้อลิขสิทธิ์ซีรี่ส์ต่างชาติมาฉายเพื่อดึงคนมาดู

5) การดึงพิธีกรหน้าใหม่มา "ถม" เวลาให้เต็ม ในช่วงที่คนไม่ค่อยดูเท่าไหร่

6) มีการดึง Second Screen มาใช้บ้าง เพื่อเพิ่ม Engagement

ที่ผ่านมายังเป็นการทดลองออกอากาศ ยังไม่มีรายการจริงจังออกมามากนัก แต่เดือนหน้า (มิถุนายน) คงเห็นการออกอากาศจริงเพิ่มขึ้นจากช่องใหญ่ๆ เช่นช่อง 3 ซึ่งเชื่อว่าจะมีรายการใหม่ๆออกมาเพียบ

แต่มันก็คือความท้าทายอยู่ดี เพราะผ่านมา 2 เดือนแล้ว ผู้ใช้ยังไม่ Learn ที่จะดู Digital TV เลย

ไม่รู้เหมือนกันว่าทางช่องคาดหวังอะไรมากมายแค่ไหนกับพวก Digital TV ในตอนประมูล แต่เชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ไม่ตรงกับที่คาดหวังไว้เท่าไหร่นัก ทั้งเรื่องเศรษฐกิจที่ซบเซาลง การรัฐประหาร ส่งผลให้การใช้เงินโฆษณาชะลอตัวลง แม้แต่ BEC ที่เป็นช่องหลักยังออกมายอมรับสภาพว่าเจ็บตัวหนักเลย

ถือเป็นความท้าทายชิ้นใหญ่มากต่อผู้จัดและผู้ผลิตรายการที่จะต้องใช้ Airtime ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และไม่ใช่ในลักษณะของการ "ถม" ด้วย แต่เป็นการ "ทุ่ม" ซึ่งเป็นไปได้ยาก เพราะช่องเยอะขึ้นก็จริง แต่เม็ดเงินโฆษณากลับไม่ได้เพิ่มขึ้น ตรงกันข้ามซะอีก มันลดลง ...

ที่เขียน Blog มานี้ เนื่องจากเชื่ออย่างนึงว่าเมื่อเวลาผ่านไปสัก 3 เดือน ช่องจะเริ่มเหนื่อยล้าหมดแรง เริ่มขวนขวายหารายการเอาไปออก (แต่คงไม่ใช่ช่องใหญ่)

ถามว่าจะหาจากไหน?

Internet TV คือคำตอบครับ

นาทีนี้ YouTube เริ่มเข้ามาทำธุรกิจในไทยอย่างเป็นทางการ ด้วยการเปิด youtube.co.th ขายโฆษณาหน้าแรกของเว็บ YouTube วันละ 650,000 บาทเต็มเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้นในการหาเงินจากคลิปบน YouTube ไม่ใช่แค่ Ads ที่มากับ YouTube หากแต่รวมถึงเม็ดเงินโฆษณา Tie In ที่แบรนด์เริ่มให้ความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆและเรื่อยๆ คุณไม่ต้องมี Airtime คุณก็หาเงินได้ เยอะเสียด้วยเอาจริงๆแล้ว

และส่วนตัวเชื่อว่าในอีก 3 เดือน ช่อง Digital TV จะเริ่มหา Content มาออก และพวกเขาจะเริ่มมอง Internet TV ที่มี Content สดใหม่ และสามารถวัดคุณภาพได้จากการนั่งดูคลิป 3-4 ตัว และนี่แหละครับ เป็นแหล่ง Content ของ Digital TV ของไทยในอนาคต โดยรายการจะได้ออกทั้ง Digital TV และ Internet TV เป็นการเพิ่ม Channel ไปในตัวและได้เงินด้วย

นาทีนี้ใครจะทำ Internet TV แนะนำให้เริ่มทำได้เลยครับ แต่ขอให้มีคุณภาพหน่อยนะ เอาความกักขฬะและความหยาบคายออกไป ทำเผื่อว่าจะได้ออกทีวีไปเลย

อันนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล ลองไปคิดพิจารณาดู หากเห็นด้วยก็ลองพิจารณาทำรายการดู แต่ถ้าไม่เห็นด้วยก็ขอให้มองข้ามไป เพราะอนาคตใครจะรู้ใช่มั้ยครับ =)

เป็นอีก Blog ที่เขียนไปเวียนหัวไป เนื้อหาเลยแอบสับสน งงๆนิดหน่อย ขอโทษด้วยครับ

ยังไงก็ขอจบแต่เพียงเท่านี้ครับ สวัสดีครับ =)

บทความที่เกี่ยวข้อง

May 3, 2013, 17:41
10822 views
เหตุใดต้นทุนการพัฒนาแอพฯ Android จึงแพงกว่า iOS
Jun 4, 2014, 02:07
21471 views
เปิดสู่โลกใหม่ "Swift" แห่งอาณาจักร Apple ฉบับเบื้องต้นสำหรับนักพัฒนา
0 Comment(s)
Loading