"ไม่ต้องมีเวทมนตร์ ไม่ต้องไปหาแม่มด แค่คุณทำสิ่งที่โลกระลึกถึงตลอดกาล แค่นั้นคุณก็เป็นอมตะแล้ว"
สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตการทำงานที่เรียกว่า "ทีม"
2 May 2014 20:48   [13653 views]

If you want to build a ship, don’t drum up people together to collect wood and don’t assign them tasks and work, but rather teach them to long for the endless immensity of the sea.

Michael Jordan"]Talent wins games, but teamwork and intelligence wins championships[/quote]

[quote by="Casey Stengel"]Gettin’ good players is easy. Gettin’ em to play together is the hard part.[/quote]

[quote by="Paul Bear Bryant"]In order to have a winner, the team must have a feeling of unity; every player must put the team first ahead of personal glory.[/quote]

[quote by="Doug Floyd"]You don’t get harmony when everybody sings the same note.[/quote]

[quote by="Mark Twain"]Keep away from people who belittle your ambitions. Small people always do that, but the really great make you fell that you, too, can become great.[/quote]

[quote by="Helen Keller"]Along we can do so little; together we can do so much[/quote]

[quote by="Ram Mohan"]Team effort goes vain when individual effort is in the wrong direction.[/quote]

[quote by="Bang Gae"]Teamwork makes the dream work.[/quote]

เปิด Blog ด้วย Quote เกี่ยบกับ Teamwork จากคนดังๆที่ประสบความสำเร็จทั่วโลกจากหลายๆสายงาน ซึ่งทุกคนล้วนเป็นคนโดดเด่น คนคงมองว่าเค้าสามารถประสบความสำเร็จได้ด้วยตัวคนเดียว แต่เปล่าเลย ทุกคนพูดเหมือนกันหมดว่า "ทีมต่างหากที่ทำให้พวกเราประสบความสำเร็จ"

กฏนี้มีมานานและจะเป็นเช่นนี้ตลอดไป ถึงคุณจะเก่งแค่ไหน จะระดับอัจฉริยะปานใด แต่มันก็ยังเป็นแค่คุณคนเดียว และคนคนเดียวไม่สามารถเปลี่ยนโลกได้ หากปราศจาก

"ทีม"

นี่คือสิ่งที่อยากจะเขียนในวันนี้ เพราะผ่านการทำงานมาเยอะมาก เจอทั้งทีมที่ดี ทีมที่ธรรมดาและทีมที่บัดซบ ... และเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าทีมเป็นสิ่งสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดจริงๆ ให้ Weight ไปเลย 70% เพราะถึงคนจะเก่ง ผลงานจะดี หากทีมไม่ดี ไม่ช้าหรือเร็วก็จะต้องพังอยู่ดี ในขณะที่ถ้าทีมดี ถึงผลงานจะไม่ดี วันหนึ่งมันก็ปรับปรุงกันได้ ถึงงานจะเจ๊ง ทีมก็ยังสร้างสิ่งใหม่ๆได้จนประสบความสำเร็จ

เรื่องทีมเป็นสิ่งพื้นฐานที่สำคัญมากแต่ทุกคนกลับเคยพลาดพลั้งกันมาหมด เพราะมันไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย จนทำให้เกิดเรื่องน่าเสียใจตามมามากมาย เลยขอมาแชร์มุมมองและความสำคัญของคำสั้นๆคำนี้ครับ

ทีมที่ดีเป็นอย่างไร

นิยามของ "ทีมที่ดี" เป็นอะไรที่ยาก เพราะคนละอุตสาหกรรม ทีมก็เป็นคนละรูปแบบ แต่อย่างที่ Quote ให้ดูด้านบน ไม่ว่าจะอยู่ในสายงานไหนก็ตาม เค้าให้เกียรติคำว่า "ทีม" เป็นอย่างมาก จึงมีบางส่วนที่ "ทีมที่ดี" มีร่วมกันอยู่

และโดยส่วนตัวแล้ว ทีมที่ดีทุกคนเป็นเหมือนคนคนเดียวกัน ที่มีเป้าหมายเดียวกัน และใช้สกิลเฉพาะของตนช่วยกันพากันไปให้ถึงเป้าหมายได้ โดยไม่ต้องพูดอะไรกันมากมายและไม่สงสัยในตัวกันและกัน

นิยามสวยๆแต่ก็ยากที่จะอธิบายว่ามันคืออะไร ขอยกหุ่นมาอธิบายสักตัวละกัน ... หุ่นจริงๆ ขอยกเจ้าหุ่นยนต์ Power Ranger มาให้ดูละกัน

หุ่น Power Ranger เป็นหุ่นที่ต้องใช้ 5-6 คนบังคับ แขนขาหัวตัว บังคับแยกกันหมด เคยคิดมั้ยว่าถ้าคนคุมแขนกับคนคุมขาทำงานไม่สัมพันธ์กัน จะเกิดอะไรขึ้น? ... คงจะจินตนาการภาพกันได้ นึกภาพว่าแขนไปทาง ขาไปทาง ต่างคนต่างบอกว่าตัวเองถูก นอกจากจะสู้กับตัวร้ายไม่ชนะแล้ว ยังมาทะเลาะกันเองอีก แล้วความสำเร็จอยู่ไหน?

แล้วเคยเห็นคนที่อยู่ส่วนขาไปก้าวก่ายการทำงานของส่วนแขนหรือเปล่า? ไม่เคย ถ้ามีก็แค่ขอความช่วยเหลือ เพราะทุกคนไว้ใจกัน เชื่อใจกัน และทำงานสัมพันธ์กันโดยไม่มีข้อกังขาใดๆ

ถึงจะเป็นแค่ละคร แต่ผมว่า Power Ranger เป็นตัวอย่างที่ดีของ Good Team เลยหละ

ทีมที่ดีสำหรับเนยจึงต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

- Trust : คนเก่งว่าหายากแล้ว แต่คนที่สามารถไว้ใจกันละกันได้หายากกว่า ความไว้ใจคือการที่ไม่ต้องคอยมาสงสัยกันและกันว่าจะทำได้มั้ย จะมีปัญหารึเปล่า เมื่อมี Mission ต้องทำ ต่างคนต่างรับผิดชอบหน้าที่ตัวเองได้ นี่แหละ ความไว้ใจ

- Respect : ทุกคนต้องให้เกียรติกันและกัน ไม่คอยมาด่าลับหลังกัน ไม่มีใครเหนือกว่าใคร

- Credit : ให้เครดิตกับคนอื่นเสมอ งานไหนเราไม่ได้ทำ จนชื่นชมและขอบคุณคนที่ทำ ทำให้เป็นนิสัย เป็นส่วนหนึ่งของการให้เกียรติกันและกัน

- Care ... Really Care : ทุกคนในทีมต้องแคร์กันและกันอย่างจริงใจ ใส่ใจกันเหมือนเป็นคนในครอบครัว (เมื่อทำงานไปได้ระยะนึง คนในทีมก็จะสนิทกันดั่งครอบครัวจริงๆแหละครับ)

- Teamwork : มองตากันก็เข้าใจ ไม่ต้องพูดอะไรให้มากมาย พยักหน้าสองที หงึกๆๆๆ แล้วก็ทำงานประสานกันจนงานออกมาเสร็จได้

- Everyone leads : ทุกคนมีความสามารถที่แตกต่างกัน แต่ละคนต้องสามารถ Lead ได้ ในสถานการณ์ที่ต่างกันไป การมี Lead คนเดียวสุดท้ายจะเกิดคอขวดและไปไหนไม่ได้

- No Drama & Always Communicate : ไม่ซุบซิบนินทาก่นด่ากันลับหลัง ไม่คับเคืองและไม่ถ่วงกันและกันเพราะความเกลียดชัง มีอะไรก็พูดกันไปเลย คุยกันไปเลย การสร้างดราม่าให้เกิดในทีม เป็นความผิดร้ายแรงในระดับที่ต้องเชิญให้ออกจากทีมได้เลย

ถึงจะลิสต์ออกมาหลายข้อ แต่ความจริงแล้วมันคือการแตกออกมาจากสองข้อหลักๆคือ

Trust & Respect

ครับ แค่สองข้อเท่านั้นแหละ "ไว้ใจ" และ "ให้เกียรติกันและกัน"

[quote by="Phil Jackson"]The strength of the team is each individual member. The strength of each member is the team.[/quote]

Teamwork เป็นเรื่องของทุกคนในทีม

Teamwork เป็นเรื่องของทีม และทีมเป็นเรื่องของ "ทุกคน"

การที่ Team จะมีทีมเวอร์คและประสบความสำเร็จได้ ทุกคนต้องมีความเป็นทีมเวอร์คด้วยเช่นกัน และนี่คือสกิลที่ยากมากสำหรับเด็กจบใหม่ที่ต่างคนต่างลุยเพื่อแข่งขันกันเองมาตลอด ชีวิตจริง การทำงานเป็นทีมสำคัญกว่าความเก่งของคนคนเดียวเยอะนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนสายโปรแกรมมิ่งที่พูดไม่ค่อยรู้เรื่อง อันนี้คอยบอกอยู่เสมอว่าจงหัดพูดให้รู้เรื่อง เพราะการสื่อสารเป็นเรื่องสำคัญในการทำงานเป็นทีม

จบพัฒนาปรับปรุงตัวเองให้สามารถทำงานเป็นทีมให้ได้ เพราะถึงทุกคนในทีมจะดีแค่ไหน หากคุณขาดความเป็นทีมเวอร์ค ทีมก็พังได้ และเมื่อคุณเป็นจุดอ่อน คุณก็จะถูกเชิญออกไปจากทีมในที่สุด

เพราะเป้าหมายของทีมคือชัยชนะของทีม ไม่ใช่ของคนคนเดียว

[quote by="Paul Bear Bryant"]In order to have a winner, the team must have a feeling of unity; every player must put the team first ahead of personal glory.[/quote]

อย่ารวมทีมเพราะผลประโยชน์

อันนี้พูดถึงการรวมทีมเพื่อทำกิจการและธุรกิจใดๆ

ผลประโยชน์นั้นเป็นสิ่งหอมหวาน พอนึกถึงเงินที่จะได้แล้วก็ยอมทำทุกอย่าง

90% ของทีมที่ผมได้คุยมา ล้วนแต่รวมตัวกันโดยคิดถึงแต่ผลประโยชน์ บางทีมรู้จักกัน 3 วันก็บอกจะลุยด้วยกันละ

และเกือบ 100% ของทีมเหล่านั้น ... ไปได้ไม่เคยเกิน 3 ปี แล้วก็แตกกันแบบไม่เหลือเยื่อใย

ส่วน 10% ที่รวมตัวกันเพราะความฝันจริงๆ ก็อยู่รอดกัน หรือถ้าแยกย้ายก็ยังมีความสัมพันธ์อันดีกันอยู่

ความจริงแล้วการรวมทีมเพื่อทำอะไรบางอย่าง มันเหมือนกับการคบกับแฟนหรือแต่งงานกับใครสักคน ต้องอยู่ด้วยกันอีกนาน ต้องลุยกันไปอีกยาว

แต่ผลประโยชน์หนะ มันมีทั้งวันที่ได้และวันที่เสีย วันที่ได้ก็ดีอยู่หรอก แต่วันที่เสียหนะ ... คนที่คิดแต่ผลประโยชน์เค้าก็จะไป ทีมแตกร้าว และปล่อยให้คนที่มีความฝันต้องโดดเดี่ยวและเฟลไปในที่สุด

ตรงกันข้าม แต่ถ้าคุณตั้งทีมมาด้วยใจ ลุยไปด้วยกันไม่ว่าวันนั้นจะดีหรือจะร้าย ทีมนั้นจะยั่งยืนและแข็งแกร่ง

ก่อนจะสร้างทีม ดูกันให้ดีก่อนว่าพร้อมจะลุยไปด้วยกันหรือไม่ มีเป้าหมายเดียวกันหรือไม่ อย่ามองว่าพร้อมจะสบายไปด้วยกันมั้ย แต่ต้องมองว่าพร้อมจะลำบากไปด้วยกันรึเปล่า และอย่ามองแค่เดือนสองเดือนหรือหนึ่งปี มองไปเลย 3-5 ปี เพราะชีวิตการเดินทางทางธุรกิจนั้นมันแสนยาวนานครับ อย่าให้ทีมที่ไม่เวอร์คทำลายมันลงได้

ทีมที่ดีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ดั่งฝูงนกบินเป็นรูปตัว V

เป็นเรื่องที่อ่านมาเป็นสิบปีแล้วและก็ชอบจนยึดนกเป็นไอดอลเลย

เคยเห็นนกบินเป็นรูปตัว V กันหรือเปล่าครับ? สงสัยมั้ยว่าทำไมมันถึงบินเป็นรูปตัว V กัน อยากเท่หรอ? เปล่าเลย มันมีเหตุผลของมัน

สาเหตุคือทุกครั้งที่นกตัวหน้ากระพือปีก จะเกิดแรง Uplift ให้กับนกตัวที่บินตามบินได้สบายขึ้น โดยรวมแล้วทั้งฝูงจะสามารถบินได้ไกลขึ้นถึง 71% เทียบกับบินเดี่ยวๆ

เช่นเดียวกัน ทีมงานที่ทำงานด้วยกัน หากไว้ใจซึ่งกันและกัน ไม่กังขากัน Productivity โดยรวมจะไม่ได้เพิ่มขึ้นแค่ตามจำนวนคนในทีม หากแต่มากกว่านั้นมาก เช่น 1 คนทำงานได้ 100% พอเป็น 5 คน กลับสามารถทำงานได้ 1000% เลยทีเดียว

ด้วย V Formation นี้ ตัวหน้าสุดจะเหนื่อยที่สุดเพราะไม่มีแรง Uplift จากตัวไหนส่งมาให้ เมื่อจ่าฝูงอ่อนแรง ตัวที่ตามมาก็จะขึ้นบินนำหน้าทันที เพื่อให้จ่าฝูงได้พัก

นี่แหละที่บอกว่า Everybody leads ทุกคนต้องสามารถมาเป็นผู้นำได้เพื่อให้ทีมฝ่าฟันเรื่องต่างๆได้

และเมื่อมีตัวไหนบินไม่ไหว ต้องลงไปพัก ก็จะมีตัวอื่นลงไปดูแลจนหายดีหรือตายไป ถึงจะค่อยกลับขึ้นไปฝูง

นี่แหละ ... การแคร์ซึ่งกันและกัน ห่วงใยกันและกันเสมอ

วันไหนนึกอะไรไม่ออก ให้นึกถึงเรื่อง V Formation ของนกนี่แหละครับ เป็นการแสดงถึงทีมในชีวิตจริงได้ดีที่สุดของที่สุดแล้ว

[quote by="Doug Smith"]Teams share the burden and divide the grief.[/quote]

คงตัวเลข "ประโยชน์ในทีม" ให้เป็นบวกเสมอ ด้วยการ Put the right man to the right job

เป็นคำโบราณที่ยังคงใช้งานได้อยู่ แต่ข้อนี้อาจจะอยู่ได้ทั้งใน Level ของคนในทีมเองและ Level ของผู้บริหารที่ไม่ได้ลงมาทำงานด้วย (ซึ่งทำให้เกิดปัญหาบ่อยครั้งเพราะไม่ได้ทำงานใกล้ชิดกับคนในทีมแล้วสั่งอะไรมาอย่างไม่ถูกต้องจนทีมพัง)

วิธีง่ายๆเลยคือ "อย่าให้งานที่นอกเหนือ Scope กับคนนั้นๆ" ตอนคุณสัมภาษณ์และรับเค้าเขามาในทีม เค้าเข้ามาเป็นอะไร ก็จงให้เกียรติเค้าด้วยการให้งานที่เราตกลงกันไว้

อย่าเอาโปรแกรมเมอร์ไปทำบัญชี

อย่าเอานักบัญชีไปดีไซน์กราฟฟิค

อย่าเอาดีไซเนอร์ไปขายของ

ถึงแม้คนคนนั้นจะทำงานของตัวเองเสร็จแล้ว หากจะให้งานเพิ่มก็ให้ได้ แต่ต้องเป็นงานสายเดียวกันกับเค้า ไม่งั้นก็ปล่อยให้เค้าพัฒนาตัวเองไปในตอนที่ไม่มีงาน (และเป็นสิ่งที่ดีและทุกคนควรจะทำด้วย พัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ) แต่ไม่ใช่มานั่งรับผิดชอบงานที่เป็นงานจริงๆในส่วนอื่นที่ตนเองไม่ถนัด หากอยากจะเปลี่ยนสายงานก็ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ต้องให้พัฒนาตัวเองจนรับผิดชอบงานนั้นๆได้ก่อน ค่อยรับหน้าที่เพิ่มไป

เหตุผลไม่มีอะไรซับซ้อน เป็นเรื่องของ Productivity โดยปกติเวลาเนยบริหารทีม เนยจะมองทุกคนเป็นตัวเลข "ประโยชน์ในทีม"

หากคนนั้นสร้าง Productivity ให้ทีมได้ ทำให้งานเสร็จได้ เค้าจะมีเลขเป็น บวก

หากคนนั้นค่อยๆเรียนรู้อย่างช้าๆ ไม่ต้องการตัวช่วย คนนั้นมีเลขเป็น 0

แต่หากคนนั้นทำไม่ได้เลยและต้องคอยให้คนอื่นช่วย คนนั้นจะมีเลขเป็น ลบ

เมื่อใดก็ตามที่เกิดสภาะวะมีคนที่มีตัวเลขเป็นลบแล้วหละก็ จะเกิดสภาวะดึงรั้งคือ คนนั้นก็ทำงานไม่ได้ คนที่ต้องมาช่วยก็รับผิดชอบงานของตัวเองไม่ได้ เพราะต้องมาช่วย Productivity โดยรวมของทีมก็ต่ำลงไปแบบทันที ทีมแบบนี้ไปได้ไม่นาน ครั้งแรกๆก็อาจจะสนุก แต่ระยะยาวมันคือการไม่ไว้ใจกันละ มันคือการเริ่มจะดราม่ากันละ มันจะเริ่มไม่เคารพกันและกันละ

จึงโปรดหลีกเลี่ยงการกระทำแบบนี้ เพราะไม่เคยส่งผลดี

[quote by="Swahili proverb"]A boat doesn’t go forward if each one is rowing their own way.[/quote]

อย่าให้หุ้นคนไม่ทำงาน

Startup หลายๆรายไม่มีเงินจ่ายเงินเดือนพนักงาน ก็เลยเชิญคนเข้าทีมด้วยการบอกว่า "เอาหุ้นไปเลย 20%!" แล้วก็โอนหุ้นไปเรียบร้อย ... เป็นวิธีที่ผิดอย่างรุนแรงนะครับ อย่าทำเป็นอันขาดดดด

หุ้นและเงินเดือนสูงๆมีไว้ให้กับคนที่พิสูจน์ตัวเองแล้วเท่านั้นว่าพร้อมจะพลีกายให้กับผลงานนั้นจริงๆ ซึ่งต้องใช้ทั้งเวลาในการพิสูจน์ การให้หุ้นเลยเป็นอะไรที่ผิดมากๆ ลองคิดดูว่าหากผ่านไป 3 เดือนแล้วเค้าไม่มาทำงานด้วยเต็มที่แล้ว เช่นต้องไปเรียนต่อ โดนกูเกิ้ลซื้อตัวไป จนสามารถทำงานได้เหลือสัปดาห์ละวัน จนเราต้องหาคนอื่นมาร่วมทีมด้วย จะเกิดอะไรขึ้น? ดราม่ากันยกแผงนะครับ ใครหละจะมีกำลังใจทำงาน เมื่อมีคนไม่ทำงานแต่ก็ได้หุ้นที่มูลค่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆไปแทน

แม้แต่ขนาด Founder และ Co-Founder ที่ร่วมก่อตั้งกิจการด้วยกันมา ก็ใช่ว่าจะอยู่ด้วยกันตลอดไป จึงมีกลไกอย่างการ Vesting เกิดขึ้นตั้งแต่เริ่มต้นบริษัท ไว้จะเล่าให้ฟังใน Blog ถัดไปนะครับ

ย้ำอีกทีนะครับ อย่าให้หุ้นคนไม่ทำงาน

ไล่ออกให้เป็น

มันไม่เคยใช่เรื่องง่ายที่จะต้องไล่ใครสักคนออก แต่มันเป็นสิ่งที่จำเป็นและเกิดขึ้นทุกที่ในโลก เป็นศาสตร์ที่ยากและซับซ้อนจริงๆ ยอมรับเลย

แต่หากใครคนใดไม่สามารถทำงานร่วมกับทีมได้และส่งผล Negative ต่อ Overall Performance ของทีม จงอย่าลังเลหรือรีรอที่จะ Prove ว่าเค้าเป็นปัญหาจริงหรือไม่ และหากคำตอบคือใช่ จงแคร์ทีมเป็นหลัก ไม่ใช่คนคนเดียว และคงต้องขอเชิญคนคนนั้นออกไป ก่อนที่อะไรอะไรจะสายไป เพราะหากปล่อยไว้ ทีมจะค่อยๆพัง ส่วนคนคนนั้นอาจจะอยู่ต่อไป และคนอื่นในทีมก็จะทยอยออกไปเพราะทำงานกับคนคนนั้นไม่ได้

คุ้มมั้ยหละ?

ดังนั้นต้องไล่คนออกให้เป็นเพื่อรักษาส่วนรวมไว้ เราไม่ได้ไปฆ่าเค้า แต่เราเชิญให้เค้าไปหาตัวเอง หาทีมที่เหมาะกับตัวเอง และรักษาทีมเราไว้

อย่างที่บอกครับ เป้าหมายของทีมคือความสำเร็จของทีม ไม่ใช่ของคนคนเดียว


ก็ประมาณนี้ครับ Happy Long Weekend ครับทุกคน =)

[quote by="Antoine de Saint

บทความที่เกี่ยวข้อง

Aug 14, 2014, 11:52
161123 views
21 สิ่งที่ไม่มีใครเคยบอกคุณเกี่ยวกับ "โรคซึมเศร้า"
May 4, 2014, 21:57
133715 views
การนั่งไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นั่งทำงานผิดท่าและนานเกินไปอาจทำให้ตายก่อนวัยอันควรได้
0 Comment(s)
Loading