"Fly high but don't fly alone"
อ่านเกม Nokia Normandy แอนดรอยด์ตัวแรกจากโนเกีย
1 Feb 2014 00:21   [6257 views]

ข่าวออกมาเยอะแยะมากมายแล้วสำหรับ Nokia Normandy หรือ Nokia X แอนดรอยด์โฟนตัวแรกจากค่ายโนเกียที่เพิ่งถูก Acquire โดยเจ้าของระบบปฏิบัติการมือถือ Windows Phone อย่าง Microsoft

สร้างความประหลาดใจให้กับมนุษย์โลกเยอะเหมือนกัน ทั้งๆที่เคยประกาศไว้มานานว่า เราไม่สนใจจะทำแอนดรอยด์ เราล่มเรือ Symbian และ MeeGo ทิ้ง เพื่อจะไปหา Windows Phone เท่านั้น

แต่อยู่ดีๆ Normandy ก็โผล่มาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย และจากที่เคยเป็นแค่ข่าวลือ ก็กลับกลายเป็นเรื่องที่มีมูลขึ้นเรื่อยๆ จนคาดว่าน่าจะจริงแท้แน่นอนแล้ว

เป็น Movement ที่ส่วนตัวแล้ว ไร้สาระมากและน่าสนใจมากในขณะเดียวกัน และยอมรับว่าอ่านเกมไม่ออกเลยจริงๆ เพราะมันไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย Microsoft ก็เพิ่งซื้อไปแท้ๆ แต่กลับใช้ OS ของคู่แข่งโดยตรง (ใน Landscape ของ Mobile OS แล้ว Windows Phone ถือว่า Compete กับ Android โดยตรง)

ดังนั้น Blog นี้ออกตัวไว้ก่อนเลยว่า เขียนด้วยความงุนงง สงสัย สับสน จนถึงขั้นไม่รู้จะเขียนไปทำไม

พยายามศึกษาย้อนหลังไปร่วม 3 ปี นับตั้งแต่วันที่ Elop ประกาศ Strategy ครั้งสำคัญ ที่ทำให้โนเกียมีวันนี้ได้ เราเรียกวันนั้นว่าเหตุการณ์ Feb 11 คงจะอยู่ในประวัติศาสตร์โนเกียไปอีกนาน

รวมถึงศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างระบบปฏิบัติการ Windows Phone และ Android ในเชิงของเทคนิค ก็พบว่าไม่สามารถเชื่อมโยงกันได้เลย (พอร์ตแอพฯไปมาไม่ได้ และไม่น่าจะมีทางได้ง่ายๆ แม้แต่ HTML5 ยังมีปัญหาจุกจิกเลย)

สุดท้ายก็พบว่ามันไม่มีเหตุผลเอาเสียเลยที่จู่ๆโนเกียจะมาทำมือถือแอนดรอยด์ ถ้าแผนโนเกียยังคงเหมือนเดิม คือเป็นไลน์ Windows Phone และ Asha ตัวแอนดรอยด์ก็ไม่ได้เสริมอนาคตใดๆให้โนเกียเลย

แล้วโนเกียจะทำไปทำไม?

Blog นี้จึงขอเขียนย้อนหลังเรื่องราวความเป็นไปตั้งแต่เหตุการณ์ Feb 11 และการตัดสินใจต่างๆของโนเกียจวบจนถึงทุกวันนี้ ให้ท่านๆลองไปต่อจิ๊กซอว์เล่นกัน และร่วมกันเดาเถิดว่า ปรากฎการณ์นี้มันคืออะไรกัน เพราะมันมีปัจจัยที่ดิ้นได้อยู่ เช่นการที่โนเกียตอนนี้ยังไม่ถูก Microsoft ควบคุม ถึงจะจบดีลแล้วก็ตาม รวมถึงการที่ Elop ออกจากตำแหน่ง CEO แล้ว อาจจะมี Strategy เปลี่ยนครั้งใหญ่ก็เป็นได้ เป็นต้น

เลยขอลองอ่านเกมเล่นๆแบบ "เดาล้วนๆ" เพราะส่วนตัวต้องพยายามมองว่าเกมของโนเกียจะเป็นยังไงในอีก 1-2 ปีนี้ เพื่อจะได้ทำโน่นทำนี่ดักหน้าให้ทัน ดังนั้น มันอาจจะผิดก็ได้นะจ๊ะ

โดยส่วนที่เดาคือส่วนที่วิเคราะห์มาอ่านะ ส่วนข้อมูลต่างๆยังเป็น FACT จ่ะ

สาเหตุที่แท้จริงที่ไม่ทำแอนดรอยด์แต่แรก "Elop" และ "ซัมซุง"

โนเกียที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นยักษ์ใหญ่ที่ยากจะหาใครล้มได้ แต่สุดท้ายกลับสะดุดล้มขาตัวเองจากการเปลี่ยนทางเลือกไปเรื่อยๆ แทบจะรายปี จน Developer อย่างเราโกรธนิดๆ เพราะลงแรงศึกษาไปอย่างจริงจังแล้วก็โยนทิ้ง ครั้งแล้วครั้งเล่า

ความหวังที่เคยฝากไว้อย่างมากคือระบบปฏิบัติการที่โนเกียซุ่มทำอยู่อย่าง MeeGo มันดูมีความหวังเพราะมันสามารถพอร์ตแอพฯ Symbian มาลงได้ และภาษาที่ใช้ยังสามารถมีอนาคตไป Cross Platform กับชาวบ้านได้อีก (Qt นั่นเอง)

แต่สุดท้ายระบบปฏิบัติการลูกน้อย MeeGo ก็ถูก Elop ทำแท้งไป โดยเหตุผลคือ คุณแม่โนเกียไม่พร้อม ดูแลไม่ไหว ไม่มีค่าเล่าเรียนส่งจนถึงป.ตรี จึงขอ "ตัดทิ้ง" เพื่อ "ลดงบประมาณ"

โนเกียเชื่อว่าตนไม่เก่งเรื่องการทำระบบปฏิบัติการ ไม่สามารถทำ OS ที่ดีได้ จึงขอฝากความหวังไว้ให้กับผู้เชี่ยวชาญอย่าง Microsoft ดีกว่า (จากบทสัมภาษณ์ที่ ...​ หา Source ไม่เจอแล้ว)

วลี "ฉี่อุ่น" ยังคงเป็นที่พูดถึงอยู่ถึงทุกวันนี้ อาจจะตีความผิดๆไปในแง่ลบบ้าง แต่ความหมายที่แท้จริงของเค้าคือ การทำแอนดรอยด์เป็นเหมือนการแก้ปัญหาระยะสั้น ระยะยาวยังไงเราก็แพ้ สุดท้ายจึงขอฝากชีวิตไว้กับ Microsoft

หวยออกมาแบบตลกๆนิดหน่อยว่า Microsoft ก็ไม่เก่งเรื่อง Mobile OS เหมือนกัน พัฒนาช้ามาก และ OS ก็ระบบปิดเหลือเกิน ไม่สามารถเขียนร่วมกับคนอื่นได้เลย (ยกเว้น Unity ที่เป็นฮีโร่ของมวลมนุษยชาติ สุดท้ายทำออกมาใช้กับ WP8 ได้ ปรบมืออออ แต่ก็ได้แค่ตลาดเกม) ก็ต้องยอมรับกันไปแบบไม่ซึน

แต่เมื่อ Normandy ออกมา ในมุมมองผู้ใช้ทั่วไปก็อาจจะเป็นแอนดรอยด์โฟนเครื่องนึง แต่ในแง่ขององค์กรแล้ว ต้องมีผู้เชี่ยวชาญด้านแอนดรอยด์รวมถึงดีไซเนอร์ ฯลฯ ที่ต้องรื้อระบบปฏิบัติการให้เป็นดั่งที่บริษัทต้องการ ถูกตั้งทีมขึ้นมาอย่างใหญ่โต ถึงจะทำมือถือแอนดรอยด์ขึ้นมาได้ เพราะมันเป็น Know How ใหม่ และคนที่ทำต้องใช้เวลาเต็มเวลาเพื่อทำมันขึ้นมา ไม่ใช่ Side Project ที่ทำเล่นๆอย่างแน่นอน

สรุปแล้ว เชื่อว่าการทำแอนดรอยด์ครั้งนี้จริงจังมากทีเดียว ก็เป็นการบอกกลายๆว่า Vision การใช้ Windows Phone อย่างเดียว มันไม่ผิด และถ้ามือถือออกมาดี ระบบปฏิบัติการเสถียร คำที่โนเกียเคยสบประมาณองค์กรตัวเองว่าไม่เก่งการทำ OS ก็คงจะไม่จริง และกลับกลายเป็นว่า Vision ของ CEO ในขณะนั้นไม่ถึงเอง หรือถ้าไม่ใช่เรื่อง Vision ก็อาจจะเป็นเรื่องของการเมือง ที่ไม่คงมีใครรู้ว่าจริงหรือไม่ ได้แต่เดากันไป ...

จากบทสัมภาษณ์ที่เคยให้ไว้กับ The Guardian ซีอีโอในตอนนั้น Stephen Elop ยอมรับว่าเหตุผลของการไม่ทำแอนดรอยด์โฟนคือ "ซัมซุง"

Elop ไม่อยากไปแข่งกับผู้ที่แกร่งทางแอนดรอยด์อยู่แล้ว เลยขอไปเลือกทางอื่นแทน

เป็นเหตุผลที่สร้างความผิดหวังให้กับตัวเนยเองมาก ลงไปนั่งร้องไห้ เข้าห้องน้ำเอาฝักบัวเปิดใส่หัวเลย (เว่อร์ไป) แต่ก็ยอมรับไปแบบซึมๆ เพราะทำอะไรไม่ได้หนิ ถือแค่ 150 หุ้น

สุดท้ายแล้ว เหตุผลของการที่โนเกียไม่ยอมใช้แอนดรอยด์แต่แรก มันเป็นเหตุผลที่อ่อนมาก คือ "ความกลัว" ไม่ใช่เรื่องฝีมือ ไม่ใช่เรื่องอื่นใดทั้งสิ้น

จึงไม่น่าแปลกใจที่โนเกียจะทำแอนดรอยด์ในที่สุด เมื่อคนที่กลัวนั้น ออกไปแล้ว

ถูกกดดันจากนักลงทุนมาตลอดเวลา

มีข่าวออกมาเรื่อยๆว่านักลงทุนเริ่มจะทนไม่ไหวต่อวิชั่นของ Elop ที่ยังฝืนใช้ Windows Phone อยู่ และเรียกร้องให้ไปทำแอนดรอยด์โฟนสักที [Reuters(2013), Reuters(2012)]

ดังนั้นในแง่ขององค์กรและบอร์ดเอง เรื่องพวกนี้ถึงหูอยู่แล้ว เชื่อว่าบอร์ดและผู้บริหารตำแหน่งต่างๆต้องมีความคิดอยู่ในใจว่า ทำแอนดรอยด์ก็ดีนะ อยู่แล้ว

และเมื่อ Elop ออกไป ความคิดเหล่านี้ก็ปราศจากคนควบคุมและกลายเป็นจริงในที่สุด

อยากรู้เรื่องราวเชิงลึกจริงๆว่าใครเป็นคนจุติโปรเจคนี้ขึ้นมา

Spec ของ Nokia X เป็นตลาดล่าง

ตอนนี้มี Spec หลุดออกมาจากเวียดนาม ว่า Nokia X จะใช้ Hardware สเปคเดียวกับ Lumia 520 ดังนี้

- CPU Dual Core 1 GHz
- จอ 4 นิ้ว
- แรม 512MB
- เนื้อที่ภายใน 4GB
- กล้อง 5 MP
- Dual SIM Card
- แบตเตอรี่ 1500 mAh

ซึ่งเมื่อเทียบกับ Spec ของมือถือที่มีอยู่ในตลาดแล้ว มันคือมือถือที่อยู่ในตลาดค่อนไปทางล่าง เทียบราคาก็คงราวๆ 3000 บาท และยิ่งเป็น Dual SIM แล้วเนี่ย ยิ่งยืนยันว่ามันเจาะกลุ่ม Mass จริงๆ

แต่โนเกียก็มีมือถือตลาดล่างอยู่แล้ว ทั้ง S40 และ Windows Phone ตัวเล็ก (ตัว WP ถือว่ากลางไปล่าง ช่วงราคาประมาณ 5000-6000 บาท)

แล้วแอนดรอยด์จะไปอยู่ตรงไหน?

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ Windows Phone เพราะมันเหมือนทางเลือกมากกว่า อยากได้ OS ไหนก็เลือกเอา แต่สำหรับ S40 มันเหมือนอยู่คนละ League กัน เหตุผลที่คนจะไม่ซื้อ S40 จะสูงขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่ทุกวันนี้ แอนดรอยด์รุ่นล่างๆก็เป็นคู่แข่งกับ S40 ไปแล้ว คราวนี้โนเกียทำเองอีก คำถามต่อไปคือ S40 จะยังไงต่อ? จะให้อยู่มั่วๆปนกันไป มันก็ทำได้ แต่จะทำจริงๆหรอ?

อนาคตของ S40

S40 เป็นระบบปฏิบัติการที่อยู่ยั้งยืนยงมาก ทั้งๆที่มันพัฒนาไปช้ามาก แต่เนื่องจากมันไม่มีอะไร ทำให้ราคามือถือจึงถูก และขายดีไปตามกลไกตลาด

ล่าสุดก็เปลี่ยนชื่อเป็น Asha แล้วออกไลน์ Asha Touch, Asha Keyboard เพื่อช่วงชิงตลาดต่างๆ

แต่เมื่อแอนดรอยด์ราคาถูกจุติมาบนโลกนี้ S40 ก็ค่อยๆถูกมือถือเหล่านี้กินตลาดไปเรื่อยๆ

ส่วนตัวแล้วเชียร์ให้โนเกียทำ Android มา Replace S40 ในรุ่นตลาด 3000+ มากๆ เพราะ S40 มันตามโลกไม่ทัน Heap รันแอพฯมันน้อยมาก จนทำแอพฯดีๆให้ใช้งานไม่ได้เลย สุดท้ายมันคือตลาดล่างมากๆ ใช้โทรอย่างเดียว แต่เมื่อแอนดรอยด์มันลงมาแข่งด้วยแล้ว ตัวเลือกก็มีเยอะขึ้น ความล้าหลังจาก S40 ก็กลายเป็นจุดอ่อนทันที แต่ถ้า Android มาโปะตลาดตรงนี้ได้ ภาษีจะดีขึ้นมาก

คิดมาตลอดว่าโนเกียคงไม่ทำ เพราะถ้าทำอย่างนั้นจริงๆ ก็แปลว่าจะต้องมี OS คอย Maintain เพิ่มอีกหนึ่งตัว ต้นทุนก็เพิ่มขึ้นอีก สู้ใช้ S40 ไปเรื่อยๆไม่ดีกว่าหรอ

แต่สุดท้ายโนเกียก็ทำ Android ออกมา สิ่งที่ภาวนาอย่างมากคือ อยากให้โนเกียเอาแอนดรอยด์มาแทนที่ตลาด S40 ในช่วงราคากลางถึงสูง แบบแทนที่ไปเลย

แต่กว่าจะถึงจุดนั้น คงต้องผ่านการ Prove เป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปีก่อนว่ามันไปได้ดีจริงๆ

หากสุดท้าย แอนดรอยด์สามารถ Replace ตลาดล่างได้จริง คงเป็น Condition ที่ดีที่สุดของโนเกีย ยอดขายคงจะถล่มทลายเป็นอย่างมาก

แต่ถามว่าทางเทคนิคแล้ว การยกเลิก S40 ตัวตลาดกลางแล้วไปทำ Android มันส่งผลกระทบเล็กๆแค่เปลี่ยน OS หรือไม่? ตอบว่า "ไม่" เพราะไลน์ผลิต S40 ใช้ Hardware คนละตระกูลกับพวก Android, Lumia ก็คงมีต้นทุนการเปลี่ยนแปลงตรงนี้อยู่เหมือนกัน แต่ก็แค่ระยะสั้นๆ

Jolla SailfishOS และ Tizen จะเป็นยังไงต่อไป

ถ้าไปใน Way นี้จริงๆ ความจริงแล้ว S40 ก็ไม่ใช่สิ่งที่น่าเป็นห่วง เพราะถ้าถูกโยนทิ้งไปจริงๆ ก็คงเพราะโนเกียเห็นแล้วว่าแอนดรอยด์มาแทนที่ได้ ดีไม่ดี โนเกียจะกำไรขึ้นเยอะด้วยซ้ำไป

แต่ OS ที่น่าเป็นห่วงคือ OS ที่ถูก Fork ออกมาจาก Distro ต่างๆ อันได้แก่ Jolla (พัฒนาต่อจาก MeeGo) และ Tizen (พัฒนาต่อจาก bada) ตัวแรกโฟกัสจะไปเล่นตลาดบน เครื่อง High End แต่จนแล้วจนรอด มันก็ยังไม่เสร็จสักที ที่วางขายตอนนี้ก็แพงและไม่ได้น่าใช้อะไรมาก ส่วน Tizen เริ่มถูกบางตลาดปฏิเสธไปละ

ด้วยตัวมันเองก็มีหนทางที่ลำบากอยู่แล้ว แต่ถ้าโนเกียลุยตลาดล่างด้วย Android จริงๆ OS เหล่านี้ไมเกรนขึ้นได้ทันที ด้วยเหตุผลต่างๆนานาที่ทุกท่านคงคิดอยู่ในหัวอยู่แล้ว นั่นแหละ ตามนั้นเลย

ส่วน Ubuntu Mobile นี่ขอข้ามไป เพราะจวบจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เห็น Potential เท่าไหร่

ใจแอนดรอยด์ หน้าตา MeeGo + Tile

ถึงแม้ตัวระบบปฏิบัติการจะเป็นแอนดรอยด์ แต่หน้าตาถูกเปลี่ยนไปจนจำไม่ได้ ถือว่า R&D มาอย่างโหดร้ายมาก

หลายคนเห็น Tile เยอะๆแล้วบอกว่ามันหน้าตาเหมือน Windows Phone แต่จากที่นั่งๆดู ตัวเนยว่ามันเหมือน MeeGo มากกว่า (กลับมาหลอกหลอนอีกละ) โดยมีกลิ่นอายของความเป็น Tile เข้ามาปนเปเท่านั้นเอง จนรู้สึกว่า นี่มัน UI ในโปรเจคเก่าของโนเกีย ถูกขุดขึ้นมาใหม่หรือเปล่า อาจจะดูเป็นประเด็นเล็กๆ แต่ผมไม่เล็กนะครับ เอ้ย แต่มันอาจจะไม่เล็กก็ได้นะ อาจจะเป็นจิ๊กซอว์อีกตัวของหมากเกมนี้

ส่วนอันนี้เป็น UI Render จากแฟนๆ ทำขึ้นมาจาก UI ที่หลุดออกมา

ไม่ว่าจะอย่างไร การ Custom UI นี้ มันแสดงถึงความตั้งใจเป็นอย่างยิ่ง

Nokia Store หรือ Google Play Store ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ

ค่อนข้างมั่นใจแล้วว่า OS บน Nokia X จะเป็นแอนดรอยด์เวอร์ชั่น Customized UI มีการแก้ไขปรับเปลี่ยนอะไรมากมาย

แต่สิ่งที่ไม่แน่ใจเลยคือ บริการของกูเกิ้ล (GMS) จะถูกคงไว้อยู่หรือจะถูกตัดทิ้งทั้งหมด ซึ่งประเด็นหลักใหญ่ใจความ แน่นอนว่าอยู่ที่ Google Play Store นั่นเอง

ก็ยังเป็นที่กังขาอยู่ว่า สุดท้าย Nokia X จะมีสิทธิ์เข้าถึง Google Play Store มั้ย เพราะ Store นี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เป็นสิ่งสำคัญที่มีรายละเอียดยาวเป็นหางว่าวอยู่เบื้องหลัง

หากใช้ Google Play Store

- สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับทันทีคือการเข้าถึงแอพฯจำนวนมหาศาล โนเกียไม่ต้องออกแรงผลักดันอะไรอีก Ecosystem มีพร้อมแล้ว

- แต่โนเกียจะไม่มีสิทธิพิเศษอะไรในแอพฯเหล่านั้นเลย นอกจากจะขอให้นักพัฒนาซ่อน Easter Egg ไว้สำหรับมือถือโนเกียโดยเฉพาะ

- ถ้าดีลกับกูเกิ้ลได้ โนเกียอาจจะปลั๊กตัว Operator Billing อันทรงพลังของโนเกียเข้าไปด้วยก็ได้ ถ้าทำได้ แม่มจี๊ดเลย แต่จะลำบากตรงที่ต้องไปดีลกับกูเกิ้ลเรื่องแบ่งเงินนี่แหละ

- โนเกียจะเลิกล้มแผนแอนดรอยด์เมื่อไหร่ก้ได้ เพราะไม่ต้องควบคุมดูแลระบบ Store ของตัวเอง

หากใช้ Nokia Store

- โนเกียต้องตั้งระบบ Nokia Store เพิ่ม เพื่อ Approve แอพฯ นั่นรวมไปถึงต้องตั้งทีม กฎระเบียบต่างๆนานา เป็นเรื่องใหญ่มาก ถ้าทำจะต้องทำเป็นระยะยาว ไม่ได้ปิดทิ้งกันง่ายๆ

- ต้องเริ่มจาก 0 ต้องพยายามป่าวประกาศให้นักพัฒนามาอัพโปรแกรมขึ้นบน Nokia Store ด้วย ซึ่งถึงจะไม่ต้องใช้แรงมาก แต่คนก็ไม่ค่อยทำกันเพราะต้อง Maintain หลายที่ ดูอย่างเคส Samsung Store ขนาดเป็นเบอร์ 1 ด้านแอนดรอยด์คนยังไม่ค่อยพูดถึงเท่าไหร่เลย

- ผูก Operator Billing ได้ง่ายกว่า

หากใช้ทั้งสองอย่าง

ก็คงเหมือนที่ซัมซุงทำอยู่ สุดท้ายจะมีแต่คนใช้ Google Play Store ยกเว้นโนเกียจะสร้าง ​Unique Value ให้กับ Store ของตัวเองได้ อาจจะมีคนเข้าใช้บ้าง แต่ก็คงไม่เยอะ

Microsoft ยังไม่ได้เข้ามาควบคุมโนเกียอย่างเต็มรูปแบบ

ถึงแม้ดีลจะจบลงไปแล้ว ผ่าน Approval ไปเรียบร้อย แต่ในแง่ขององค์กร ไมโครซอฟต์ก็ยังไม่ได้เข้าไปควบคุมโนเกียอย่างเต็มที่ จาก Timeline คร่าวๆ คาดว่าน่าจะเป็น H2 ของปีนี้ ถึงจะเริ่มควบคุมอย่างเบ็ดเสร็จ

ดังนั้นโปรเจค Nokia X อาจจะเป็นแค่โปรเจคทำส่งท้ายของโนเกีย ก่อนจะกลายเป็น Microsoft-Nokia ก็ได้ ใครจะไปรู้ (และมีโอกาสไม่น้อยเสียด้วย)

ก็เผื่อๆใจไว้ว่าโปรเจคนี้อาจจะทำเล่นๆเพื่อส่งท้ายก่อนจะควบรวมสมบูรณ์ก็เป็นได้

ไม่มีอะไรต้องเตรียมตัว

ถามว่าการที่โนเกียมาทำแอนดรอยด์โฟน มีอะไรต้องตื่นตัวและเตรียมตัวหรือไม่?

สำหรับผู้ใช้ มันก็เหมือนมี OEM อีกเจ้านึงทำมือถือขึ้นมา ก็คงไม่มีอะไรมากไปกว่ารอดูว่าจะซื้อมั้ย อย่างอื่นไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น

สำหรับนักพัฒนา ก็แค่คงต้องซื้อมือถือมาเทสต์ เพราะโนเกียน่าจะ Fork ซะสนุกเลย และถ้าโนเกียเลือกจะทำ Nokia Store for Android ขึ้นมาใช้เองจริงๆ ก็ต้องคอยติดตามข่าวและหาวิธีเอาแอพฯขึ้น Store ไว้ด้วย ถ้าอยากจะเข้าถึง Market ของโนเกีย ก็ต้องดูว่าโนเกียสนใจจะทำโปรโมชั่นอะไรหรือไม่ เพราะตลาดใหม่น่าจะน่าเล่นอยู่ แต่ถามว่าต้องออกแบบ UI ใหม่เพื่อโนเกียเลยมั้ย? ตอบว่าไม่ต้อง เพราะนั่นจะมีแต่ทำให้แอพฯคุณดูแลยากขึ้นครับ

สรุป

ไม่มีข้อสรุป ไม่มีการฟันธงใดๆ อย่างที่บอกแต่ต้น ไม่รู้จะเขียนทำไม แค่คันๆ เลยมาเขียนๆเล่าให้ฟังเป็นชิ้นๆ แหะๆ

รอฟังการเปิดตัวในอีกไม่กี่วันนี้จากโนเกีย ในงาน Mobile World Congress ครับ ผมก็รอดูอยู่ สุดท้ายอาจจะไม่มีอะไรเลยก็ได้ แต่ก็น่าติดตามอยู่ดี =)


Credit:

รูปจำนวนมากจากเว็บ neowin

บทความที่เกี่ยวข้อง

Mar 19, 2014, 01:24
7503 views
รู้ไว้ใช่ว่า มือถือจอยิ่งชัด ยิ่งมีพื้นที่เหลือให้ใช้น้อย
Sep 23, 2013, 13:48
14839 views
ครึ่งวันกับ Nokia Lumia 1020
0 Comment(s)
Loading