"ความตั้งใจสร้างได้ทุกอย่าง ความไม่ตั้งใจทำลายได้ทุกสิ่ง"
ครึ่งวันกับ Nokia Lumia 1020
23 Sep 2013 13:48   [14989 views]

อย่างที่ได้บอกไปใน Blog ก่อนว่าในงานวันที่มี F1 ตัวเราได้ Lumia 1020 มาใช้ครึ่งวัน ตั้งแต่บ่ายโมงจนถึงสี่ทุ่ม เลยมีโอกาสได้ถ่ายรูปและเล่นอย่างเต็มที่ในสภาวะต่างๆ ภายใต้เครือข่าย 4G ที่ทาง Nokia ได้เตรียมเอาไว้ให้ เลยขอมาพรีวิวให้ฟังกันแบบไม่เป็นทางการ เพราะถ้าจะเอาถึงขั้นรีวิว คงต้องเล่นเป็นอาทิตย์หละครับ แล้วก็จะเขียนแบบสไตล์การใช้งานจริงหละนะ ขอไม่เอาสเปคมาพ่นใส่ให้สับสน

สำหรับ Nokia Lumia 1020 เป็นมือถือ Flagship ที่ Merge เอาเทคโนโลยี PureView ที่อดีตเคยอยู่ในมือถือซิมเบี้ยนอย่าง Nokia 808 (ที่ทุกวันนี้เราก็ยังใช้ถ่ายรูปอยู่) มาใส่ไว้ใน Windows Phone


แรกสัมผัส

มันเบามากครับ

แทบจะเขวี้ยง Lumia 920 ทิ้งเลยทีเดียวที่ได้สัมผัส Lumia 1020 ตอนแรกไม่ได้คาดหวังว่าจะมันจะเบาขนาดนี้ ไม่ใช่แค่เบา หากแต่ยังบางเฉียบจนประหลาดใจว่ายัดกล้อง 41 ล้านลงไปได้ยังไง ก็เข้าใจว่า Sensor มันเล็กกว่า 808 แต่ก็ไม่คาดคิดว่าจะบางและเบากว่า 808 ราวกับฟ้ากับเหวเช่นนี้


สำหรับส่วนที่ยื่นออกมา บางเว็บนอกรีวิวว่ามันน่ารำคาญ มันขูดขีด มันไม่ดี แต่ส่วนตัวหลังจากใช้มาครึ่งวัน ไม่รู้สึกว่ามันเป็นปัญหาแต่อย่างใด


ทางด้านวัสดุ ไม่ค่อยรู้สึกอะไร เพราะมันเหมือน Lumia 920 ที่ใช้มานาน มันก็พลาสติกนั่นแหละ แต่ทำออกมาได้ดูดี


มันคือกล้องโทรศัพท์ได้ แต่ถ่ายไม่ง่ายเท่าไหร่

ประโยคแรกที่คนจะถามถึง Lumia 1020 คือเรื่อง "กล้อง" และนั่นพิสูจน์ว่าโนเกียทำการตลาดออกมาได้ถูกทางมาก จุดเด่นระดับ Killing Feature ของมันแบบสุดโต่งเลยก็คือเจ้ากล้อง 41 ล้านพิกเซลนี่แหละ

ที่เจ๋งไม่ใช่แค่ฮาร์ดแวร์ หากแต่มันมาพร้อมซอฟต์แวร์กล้องที่แทบจะเป็นกล้อง Compact Pro ได้เลย


แต่นั่นเองก็เป็นดาบสองคม เพราะจากที่ถ่ายออกมา เราไม่สามารถทำให้ภาพมันสวยได้ในครั้งแรกที่ถ่ายเลย (อาจจะเพราะความห่วยและยังไม่ชินของเราเอง) เราคาดหวังว่าถ้าปรับ Auto ทุกอย่าง ภาพมันต้องออกมาสวย แต่ปรากฎว่าภาพที่ได้ออกมาส่วนใหญ่จะ "มืด", "จืด", "White Balance เพี้ยน" กว่าที่ควรจะเป็น ต้องไป Post Process ก่อนถึงจะเอาไปใช้ต่อได้

ถ้าอยากถ่ายแล้วสวยเลย เราต้องนั่งปรับ ISO/WB/Exposure (ซึ่งแอพฯ Pro Camera ทำ UI มาได้ดีมาก ขอชื่นชมจากใจจริง) แต่ก็นะ ... กว่าจะปรับได้ตามที่ต้องการ นางแบบเหงือกแห้งไปแล้วอ่ะครับ (โดยเฉพาะในที่ร่ม ถ้ากลางแจ้งไม่น่าจะมีปัญหาไม่ว่าเป็นกล้องใดๆในโลก)

จุดอ่อนสำคัญของกล้อง Lumia 1020 คือการเซฟภาพช้า ... เรียกว่าช้ามากเลยดีกว่า เพราะใช้เวลาถึง 2-3 วินาทีในการเซฟแต่ละภาพ อย่าหวังจะถ่ายต่อเนื่องรัวๆหลายๆรูปแบบที่ทำใน iPhone หรือ Zero Shutter Lag ใน Android ถ้าคุณจะใช้ 1020 ถ่ายรูปได้อย่างมีความสุข คุณต้องใจเย็น หายใจเข้า หายใจออก นั่งสมาธิ


ณ จุดนี้จึงขอบอกว่า

กล้อง Lumia 1020 ไม่ได้เหมาะกับทุกคน

ส่วนตัวกลับชอบภาพจาก iPhone มากกว่า เพราะมันดูมีชีวิตชีวา มันดูไม่ต้องชัดมาก แต่มันสดใสและใช้ได้ทันทีที่ถ่ายเสร็จ


อาจจะเคยเห็นภาพจาก National Geographic ที่เค้าถ่ายสวยมากๆ รวมถึงภาพจากช่างภาพจำนวนมากที่เข้าร่วมแคมเปญกับโนเกีย แต่ถามว่าชีวิตจริงเราใช้อะไรแบบนั้นหรือเปล่า? ถ้าคำตอบของคุณคือใช่ คุณก็เหมาะกับ Lumia 1020 แต่ถ้าไม่ใช่ มันก็ไม่เหมาะกับคุณซะเท่าไหร่ครับ มันเลยจุดของการเป็นกล้องมือถือไปสักระยะแล้ว


เรื่องความคมชัดขอยังไม่พูดถึงละกันครับเพราะภาพที่อัพขึ้น SkyDrive มันถูกบีบอัดลงไปเยอะมาก


ฟีเจอร์กล้องมันเท่จริงๆ

พวกฟีเจอร์กล้องในการ Remove Object เอย การเอาภาพมาซ้อนกันเอง Cinemagraph เอย มันเป็นฟีเจอร์ที่เท่จริงๆ ประทับจิตประทับใจ


ชอบการถ่ายวีดีโอ
ด้วย Lumia 1020 มาก

"มือสั่นยังไงภาพก็นิ่ง" เป็นคำนิยามการใช้ Lumia 1020 ถ่ายวีดีโอของเรา ส่วนตัวเป็นคนที่มือสั่นง่ายตอนถ่ายวีดีโอ แต่ด้วย Lumia 1020 วีดีโอที่ได้ออกมาราวกับเราวางไว้บนขาตั้งกล้องเลย Amazing มาก Amazing มาตั้งแต่ Lumia 920 ละ แต่อันนี้ก็ดีขึ้นไปอีก (วีดีโออันข้างล่างนี้ถูกบีบอัดเพื่ออัพขึ้น SkyDrive เลยอาจจะเละนิดนึง)

สำหรับขนาดวีดีโอที่ได้ออกมา ต้องบอกว่าถึงกับกรี้ด เคยเห็นคลิปขนาด 2GB ที่อัดจากมือถือป่ะ ... นี่แหละ ได้เห็นละวันก่อน

แบตเตอรี่พอดีต่อการใช้งานทั่วไป 1 วัน

วันนั้นใช้ไปได้แป๊บนึง แบบทั่วๆไป เล่น Facebook เอย ถ่ายรูปเอย อัพรูปเอย แบตก็ลดลงอย่างสมเหตุสมผลนะ ดูแล้วน่าจะอยู่ได้ครบ 1 วัน ไม่ก็สัก 0.75 วัน ดังนั้นหากใช้เยอะก็ต้องพก Portable Battery อยู่ดีจ้า


Grip เป็น Killing Feature Accessory

หากมีงานไหนประกวด Accessory มือถือแล้วหละก็ ขอโหวตให้ Grip ของ Lumia 1020 นี่แหละเป็น Best Accessory of the year เพราะมันทำออกมาได้ตอบโจทย์มากๆ

Grip ไม่ได้มีดีแค่ที่จับอันแสนเหมาะมือ หากแต่มันยังมาพร้อมกับปุ่มชัตเตอร์ที่พอดีสุดๆ ช่วยสนับสนุนการถ่ายให้นิ่งได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นมันยังมีแบตเตอรี่สำรองฝังอยู่ข้างในอีก 1020 mAh ช่วยต่ออายุการใช้งานได้อีกหน่อยนึง เวลาเสียบชาร์จก็เสียบแล้วชาร์จไปพร้อมกันได้เลย


ยังไม่พอมันยังมีรูสำหรับเสียบเข้ากับ Tripod มาตรฐานได้อีกด้วย สนนราคาน่าจะอยู่ที่ 2450 บาทราวๆนั้นครับ


Windows Phone คือจุดอ่อน

อย่างที่บอกว่าจุดแข็ง(มาก)ของ Lumia 1020 คือกล้อง (แต่ก็ไม่ได้แข็งโป๊กซะทีเดียว ลองอ่านด้านบนๆจะรู้ว่ากล้องก็มีจุดอ่อนท่ามกลางจุดแข็งอยู่หลายจุดเหมือนกัน) แต่จุดอ่อนแบบสุดๆคือระบบปฏิบัติการที่ Microsoft ทำออกมาได้ไม่น่าพอใจ อีกทั้งยังไม่มีการอัพเดตอย่างต่อเนื่อง ไม่มีเลยซึ่งความมั่นใจที่ผู้ใช้จะสามารถฝากชีวิตไว้ จนถึงตอนนี้ก็ยังตาม Android และ iOS ไม่ได้ เรียกว่าตามแบบไกลลิบมองไม่เห็นฝุ่น หากไม่ได้ Nokia มาช่วยไว้ ระบบปฏิบัติการนี้คงสถานการณืแย่กว่านี้มาก


เรื่องของ Windows Phone เคยบ่นมาเยอะในหลายๆ Blog ที่ผ่านมา ซึ่งพบว่าตัวเองบ่นมาสองปีแล้ว ก็ยังไม่มีอะไรดีขึ้น ปัญหาที่เคยพูดเมื่อสองปีที่แล้วก็ยังอยู่ครบ ...


ก็ไม่รู้ว่าการ Acquire โนเกียส่วน Cellphone ไปและการลงจากตำแหน่งของ Balmer จะช่วยให้ Microsoft หันมาใส่ใจ Windows Phone ผู้น่าสงสารอย่างเต็มที่ได้หรือไม่ ต้องคอยดูครับ ซึ่งส่วนตัวคิดว่าการ Acquire โนเกียคงไม่ช่วย แต่ข้อหลังน่าจะช่วยได้เยอะ ...


สรุปในหนึ่งประโยค

Best Camera Phone in the Poor Platform

ก็พยายามเข้าครับ ผมว่า Hardware มันแข็งแกร่งมากแล้ว แต่นาทีนี้(และนาทีต่อจากนี้)โลก Smartphone เป็นโลกของซอฟต์แวร์ ไม่ใช่แค่ฮาร์ดแวร์ ยังพยายามเอาใจช่วย Windows Phone อยู่เสมอครับ ผมว่าถ้า Microsoft ใส่ใจมันก็เป็นมือถือที่น่าใช้ตัวนึงเลยหละ แต่สำหรับตอนนี้ด้วยราคา 24,990 บาท ผมต้องยอมรับว่าผมลำบากใจที่จะซื้อมาใช้ เพราะสิ่งที่ได้มาคือกล้องเทพ แต่หาแอพฯดีๆใช้ลำบากเหลือเกิน ด้วยความสามารถที่ได้มา ยังห่างไกลคู่แข่งอย่าง iPhone, Galaxy S4, Galaxy Note 3 ฯลฯ อยู่เยอะครับ


อย่างไรก็ตาม อยากได้อยู่ดี ...

บทความที่เกี่ยวข้อง

May 13, 2013, 17:27
5287 views
แอบดู Lumia ตัวใหม่สักนิดสักหน่อย ก่อนเปิดตัว
Feb 1, 2014, 00:21
6380 views
อ่านเกม Nokia Normandy แอนดรอยด์ตัวแรกจากโนเกีย
0 Comment(s)
Loading