"จงให้แล้วเจ้าจะได้รับ"
Harry Potter ณ โรง Nokia Ultra Screen
16 Jul 2011 16:02   [8422 views]

ตั้งใจไว้มานานแสนนานว่าถ้า Harry Potter ภาคจบมาจะพาคุณผู้หญิงไปดูโรงดีๆเนื่องในโอกาสที่เป็นหนังที่คุณสตรีชอบที่่สุดในชีวิต ถือเป็นของขวัญเล็กๆให้กัน กอปรกับประสบการณ์แย่ๆตลอดสามภาคที่ผ่านมา ดูในโรงปกติแล้วเจอแต่เด็กแต่เกรียนทำให้ดูหนังไม่สนุก เมื่อวานซึ่งเป็นวันที่หนังเข้าวันแรกจึงลองไปเสี่ยงไปซื้อตั๋วโรงสุดหรู(แต่ยังไม่ได้หรูที่สุด)อย่าง Nokia Ultra Screen รอบห้าทุ่มดูแบบไม่จองล่วงหน้า โดยมีความคาดหวังเล็กๆว่าคงมีที่เหลือบ้างแหละน่าาาา โรงนี้คงไม่มีคนดูเท่าไหร่

ซึ่งคาดไว้ไม่ผิดเท่าไหร่เพราะตอนที่ไปจองตอนสี่ทุ่มยังมีที่เหลืออยู่อีก 4 ที่ ในขณะที่โรงธรรมดาเต็มหมดแล้ว โอ้วววว แต่น่าเศร้าที่เหลือแค่แถวหน้าสุดเท่านั้น (จากทั้งหมด 6 แถว) ซึ่งตัวเรายังไม่ทันได้ตัดสินใจก็มีเสียงประกาศิตดังออกมาจากคนข้างๆอย่างไวชนิดตั้งตัวไม่ทันว่า "ดู!!" จึงเป็นที่มาของประสบการณ์การดูหนังในโรง Nokia Ultra Screen ครั้งแรกนี้เอง


หลังจากเราซื้อตั๋วโรงหนังสุดหรูราคาคู่ละ 1,200 เสร็จแล้วท้องของเราก็เสียงดังโครกกกกกพร้อมกันทันที จึงตัดสินใจว่าไหนๆก็ดูหนังหรูขนาดนี้แล้ว อาหารก็ต้องหรูไม่แพ้กัน ... เลยจูงมือกันไปซื้อข้าวกล่องเซเว่นกินกันคนละกล่อง พร้อมนั่งกินหน้าเซเว่นอย่างทุลักทุเลและสนุกสนาน เลิศ!! #จน


กินเสร็จอะไรเสร็จก็เดินกลับขึ้นไปเข้าโรงหนังในทันที (ใจจริงอยากจะนั่งตรงส่วนรับรองของลูกค้า Nokia Ultra Screen ก่อน แต่เวลาไม่คอยท่าอาม่าไม่คอยใคร ก็เลยต้องจำยอมเดินเข้าโรงเลย อด อด) โดยตอนตรวจตั๋วก่อนเข้าโรงนี้โดยรวมก็ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าปกติคือตรวจตั๋ว ฉีกบัตรแล้วก็เอาแว่นสามมิติให้ แต่สิ่งที่เห็นแตกต่างจากการไปดูหนังครั้งก่อนๆอย่างชัดเจน(โคดๆ)คือการบริการที่ดูใส่ใจกว่าโรงธรรมดามากมาย พนักงานดูให้เกียรติเราสุดๆและดูมีมารยาทมาก ตรงนี้ค่อนข้างประทับใจเพราะทำให้รู้สึกแฮปปี้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าโรง


และพอก้าวเข้าสู่โรงก็พบกับความหรูหราฟู่ฟ่าอู้อ้าโอ้หลั่นล้าเพราะที่นั่งสวยมากกกกก ลักษณะเป็นคอกๆ มีเก้าอี้แบบเอนนอนได้อยู่คู่นึงพร้อมผ้าห่มและหมอน เหมือนนอนดูอยู่บ้านเลย เรียกว่าส่วนตัวสุดๆ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ไม่มีใครในคอกอื่นเห็น จะถ่ายรูปจะอะไรก็สบายแฮ (แต่เรียกว่าคอกแล้วดูแปลกๆเนอะ - -)

จากการที่มองตลอดทางพบว่าลูกค้ากว่าครึ่งเป็นคนต่างชาติ ส่วนคนไทยก็จะมาแบบแต่งตัวดีมากๆ ส่วนเรา... แต่งตัวกากมาก รู้สึกมาอยู่ผิดที่ - - ซึ่งระหว่างที่เรากำลังสำรวจโน่นนี่อยู่นั้น คุณสุภาพสตรีก็เอนนอนห่มผ้าทำตาพริ้มเรียบร้อย ก็อดดด อินเนอร์!!


อีกสิ่งที่น่าสนใจของโรง Nokia Ultra Screen คือก่อนหนังฉายจะมีพนักงานคอยเข้ามารับออเดอร์ตลอดเวลา สามารถสั่งโน่นนี่เข้ามากินได้ เท่าที่ดูมีแต่ฝรั่งสั่งพวกไวน์หรือวิสกี้เข้ามากิน ส่วนเราได้แต่นั่งมองตาปริบๆเพราะมันโคดดดดดดดดดดดดดแพงงงงงงง แต่ดูแล้วก็แฮปปี้ดีนะ ถ้ามีตังค์คงสั่งอะไรมากินดูบ้าง เหมือนนอนอยู่บ้านดูหนังจริงๆอ่ะ (แต่เผอิญไม่มีตังค์ โอนะ)


สำหรับการอยู่แถวหน้าสุดนั้นจริงๆก็ไม่ได้เลวร้ายมาก แต่ก็ไม่ได้ดีเพราะต้องเงยกันคอเอียง แต่โชคดีที่เตียงมันปรับให้นอนราบได้ทำให้ไม่ต้องเงยเอง นอนดูกันไปเลย สบายยยย แต่ภาพที่ได้ก็เป็นคางหมูอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อ่ะนะเพราะดูแบบเงยๆ (นึกออกใช่ป่ะ) ตอนแรกก็ต้องปรับตัวกินนิดนึง แต่พอปรับตัวได้ทุกอย่างก็ปกติดี ยกเว้นแต่ภาค 3 มิติที่ต้องโฟกัสเป็นจุดๆเนื่องจากอยู่ใกล้จอมาก ก็เอาเป็นว่ากรณีฉุกเฉินอย่างเช่นเมื่อคืนนี้ก็ดูได้ แต่ถ้าอยากจะชิวก็รอรอบหน้าเหอะ!! แนะนำเป็นแถวสามจากหน้าเป็นต้นไป กำลังดี


การฉายหนังของโรงนี้ก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษ เหมือนโรงทั่วไปนั่นแหละแค่ที่นั่งหรูขึ้นและมีจำนวนน้อยกว่าปกติเหลือแค่ 36 คู่ 72 ที่นั่ง คำนวณๆดูแล้วรายได้เฉลี่ยต่อรอบคงไม่ต่างจากรอบธรรมดาเท่าไหร่นักเพราะถึงมันจะแพงขึ้น 4 เท่าแต่จำนวนที่นั่งก็ลดลงตาม ส่วนรายได้ที่คงได้เพิ่มคงมาจากอาหารที่มีคนสั่งๆกันนั่นแหละ อีกส่วนก็คงเป็นเงินที่ได้จากโนเกียในการเปิดโรงหนังนี้ ต่อปีคิดว่าคงไม่น้อยเหมือนกัน อ้อ... เรื่องโฆษณาก็เยอะเหมือนเดิม สมราคาเมเจอร์ ความแพงไม่ช่วยอะไร สวัสดี (~ ~)


พูดถึงตัวหนังบ้างละกัน ตัวหนังภาคนี้ส่วนตัวต้องยกให้เป็นหนึ่งในภาคที่ทำออกมาดีที่สุดในซีรี่ส์หลังๆเพราะมีฉากแอคชั่น มี Special Effect และดำเนินเรื่องได้น่าสนใจ มีความรัก มีการสูญเสีย มีการหักมุม มีอาจารย์ระดับเทพโชว์เกรียน มีครบทุกอย่าง เทียบกับภาคง่วงๆอย่าง 5/6/7.1 แล้วดีขึ้นเป็นกอง แต่สำหรับคนที่ลืมภาคก่อนๆแล้วมาดูภาคนี้รับประกันว่ามีงงแน่นอนเพราะภาคนี้เป็นบทสรุปอย่างแท้จริงว่าภาคก่อนหน้านี้ทำไมคนโน้นต้องอย่างงั้นทำไมคนนั้นต้องอย่างงี้ ดังนั้นแนะนำให้ไปรื้อฟื้นภาคเก่าๆก่อนก็ดี ... จุดนี้ต้องขอบคุณคุณณิชกานต์ที่เปิดภาค 1-7.1 ซ้ำไปซ้ำมามากกว่า 100 ครั้งจนจำได้ทุกฉาก - -

ส่วนที่ไม่ชอบก็มีอยู่เยอะโดยรวมคือ "หลายอย่างดูง่ายไป" ตรงไปตรงมามากเกินไป ฉากสำคัญหลายๆฉากอย่างเช่นฉากการเสียชีวิตของคนสำคัญๆหรือฉากการต่อสู้คู่สำคัญๆเช่นคุณนายวิสลีย์และเบลาทริกซ์น่าจะใส่ใจมากกว่านี้ การดำเนินเรื่องเลยไม่ค่อยมีจุด Peak ให้เห็นเท่าไหร่นัก อีกอย่างที่ไม่ชอบคือฉากจบ น่าจะทำให้ติดตราตรึงใจมากกว่านี้ อุตส่าห์เป็นหนังยาว 10 ปีแท้ๆ หะหะ


ความเป็นสามมิติในเรื่องนี้ถือว่าดูได้เลย ไม่มืดเกินไปถึงแม้เรื่องเกือบทั้งเรื่องจะอยู่ตอนกลางคืนแต่ก็ดูรู้เรื่อง แต่ใครคาดหวังว่าจะต้องเป็นสามมิติตู้มๆไม้เท้าบินเฉียดขนตาปลอมหละก็ ต้องบอกว่าเรื่องนี้ไม่ได้ขนาดนั้น เป็นแค่สามมิติแบบนูนต่ำให้ดูมีมิติขึ้นเท่านั้น


ตอนออกจากโรงก็รู้สึกใจหายอยู่ไม่น้อยเลยนะ หนังที่โตมาพร้อมเราตลอด 10 ปีมันจบแล้ว รู้สึกโหวงเหวงว่าจากนี้จะได้เห็นหน้า Emma Watson จากที่ไหนได้อีก... เอิ่ม ไม่ใช่สินะ ฮ่าๆ


หนังเรื่องนี้ไม่มีอะไรต้องแนะนำว่าจะต้องไปดูรึเปล่าเพราะคนที่ดูภาคก่อนๆมายังไงก็ต้องดูภาคนี้ แต่คนที่ไม่เคยดูยังไงก็ไม่ดู ดังนั้นตัวใครตัวมันจ้า! =P ที่แนะนำได้ก็คือ... โรง Nokia Ultra Screen ทำให้การดูหนังภาคนี้มีความสุขขึ้นมากจริงๆ > <


สุดท้ายนี้... ขอบอกเป็นการส่งท้ายว่า... Emma Watson สวยยยยยยยยเกินไปละ ... เอ๊ะ ไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องนี่นา ๕๕๕


หมดเวลา สวัสดี

บทความที่เกี่ยวข้อง

Jul 15, 2011, 11:54
17420 views
Transformer III
Aug 26, 2011, 16:50
4074 views
กล่องความทรงจำ
0 Comment(s)
Loading