"ทุ่มเทอย่างสุดกำลัง เพื่อความฝันและวันข้างหน้า วันนี้เหนื่อยไม่ว่าถ้าหากมันทำให้มีวันหน้าที่สวยงามได้"
หนีหน้ามาปายวันที่ 5
4 Mar 2010 14:37   [5124 views]

อ่านกันให้อ้วกครับพี่น้องสำหรับซีรี่ส์ "หนีหน้ามาปาย" เพราะเราเก็บทุกเม็ดทุกรายละเอียด คุคิคุคิ (เสียงคุรุรุหัวเราะคิคิคิ)

ภาพโดยรวมของวันนี้ขอให้นิยามว่า "วันทำงาน+วันพักผ่อน" เพราะชีวิตมันชิวเหลือเกิ๊นนนน การอยู่ปายสามารถทั้งทำงานและพักผ่อนในวันเดียวกันได้ รวมถึงยังพักผ่อนระหว่างทำงานได้อีก โอ้ววว

เช้าวันนี้ตั้งใจจะตื่นมากินโจ๊กตอนเช้า(อีกแล้ว) ซึ่งแน่นอน... ตื่นปาไปเกือบ 11 โมง ^^" ก็อากาศมันน่านอนนี่นาาาาา >_< แต่ 11 โมงก็ยังไม่ช้าไปเพราะร้านโจ๊กยังไม่ปิด เลยไปซัดโจ๊กมานิดหน่อย โฮกกก พอกินเสร็จร้านก็ปิดทันที ฮ่าาาา

เสร็จก็กลับมาอาบน้ำหลั่นล้าๆ แล้วก็หิ้วกระเป๋าออกไปหาที่ทำงานกัน ทางน้องธีที่ยังกล้าๆกลัวๆกับการขี่มอเตอร์ไซค์ก็ตัดสินใจเช่าเพิ่มมาอีก 1 คันเพื่อขี่เอง สุดท้ายเลยขี่ได้แล้ว :D

เช่าเสร็จก็บึ่งไป Fruit Factory เพราะอยากไปและมีความหวังว่าจะมีเนตใช้

ซึ่งผลก็คือ... ขนมอร่อยดีนะ แต่ไม่มีเนตใช้แฮะ ^^"

แต่ก็ยังพยายาม นั่งต่อเนตด้วยมือถือทำงานแป๊บนึง แต่ก็ทนความอืดไม่ไหว บึ่งมอเตอร์ไซค์ไปยูนนานเพื่อหาอาหารอีกรอบ แต่คราวนี้สั่งไก่ดำตุ๋นยาจีนกับผัดเห็ดมาแทนที่จะสั่งขาหมู (คราวที่แล้วกินไปแล้วสองขา ไม่เอาละะะ)

ก็อร่อยดีนะๆ

เสร็จแล้วก็นั่งเลยยูนานไปต่ออีกหน่อยเพื่อจะไปน้ำตกหมอแปง ระหว่างทางก็เจอร้านกาแฟของลีซอชื่อบ้านดินดอยลีซอ จึงรีบแวะเข้าไปทันทีเพราะจำได้ว่าเคยไปกับแฟนเก่าคราวที่แล้วแล้วบรรยากาศมันดี ซึ่งก็เจอเรื่องบังเอิญเข้าจนได้ เมื่อจอดรถก็มีสาวลีซอออกมาต้อนรับ ตามองตา อึ้งกับไป 2 วิ "อาซือมิ!!"

หมายเหตุ: อาซือมิคือสาวลีซออายุ 21 ที่เจอกันในงานแต่งงานพี่จี้ในวันก่อน

อาซือมิเป็นคนที่น่ารักและกวนติงมาก เป็นลีซอคนนึงที่มีการศึกษาและมีความคิดเหนือกว่าคนกรุงเทพฯหลายคนเสียอีก ผู้หญิงในเผ่าลีซอจะนิยมแต่งงานกันตั้งแต่ 18-19 หรือน้อยกว่านั้น แต่สำหรับอาซือมิบอกว่ายังไม่อยากแต่ง ขอเรียนให้จบก่อน บลาๆๆๆ เลยเป็นคนเดียวในรุ่นที่ยังไม่ได้แต่งงาน!!

ใครอยากเจอตัวจริงแวะไปได้ที่บ้านดินดอยลีซอ ทางขึ้นน้ำตกหมอแปง เธอเป็นเจ้าของกิจการดูแลอยู่ (เป็นเจ้าของกิจการแต่เด็กอ่ะ)

อ้อ จริงๆนอกจากร้านกาแฟแล้วเธอยังทำรีสอร์ทอีกด้วย น่าพักมากเลยแหละ แต่ก็แพงมาก คืนละ 1000 แหนะ (แต่ก็นอนได้ 5 คนนะ) อีกอย่างที่ชอบคือทุ่งทานตะวัน ถึงตอนนี้จะไม่สวยงามมากเพราะไม่ใช่หน้าของมัน แต่ก็สวยพอที่จะถ่ายรูปด้วยแล้ว

จากนั้นก็ถึงเวลาชิ่ง บึ่งต่อไปยังน้ำตกหมอแปง ไม่ได้สวยอะไรมาก ก็แค่แวะมา ^ ^

แล้วก็ได้เวลากลับ ขากลับคราวนี้แวะไปดูชุดลีซอให้ณิชในตัวเมือง ปรากฎว่าเปิดแค่ร้านเดียว เลือกดูแล้วยังไม่ถูกใจเลยรอมาดูใหม่ในวันรุ่งขึ้น ส่วนเรากับธีก็ไปกินขนมปังสังขยากันที่ตลาด อื้ม... ไม่อร่อยแฮะ เอิ๊กๆ

จากนั้นก็ถึงเวลากลับที่พัก แล้วก็ไปหาพี่เม่นพี่จี้กันที่ SweetAndMellow นั่งคุยกันไปคุยกันมาพี่เม่นก็ชวนไปกินข้าวเย็นกันที่ร้านพิซซ่า DA CRISTINA สุดอร่อย สั่งกันมา 3 อย่างทั้งสเต๊ก คาโบนาร่าและพิซซ่าอิตาลี

มื้อนี้พี่เม่นเลี้ยง ขอบคุณมากนะคร้าบบบ อร่อยมากกก :D

กินเสร็จก็กลับบ้านพี่เม่นพี่จี้ นั่งทำงานต่อเพราะเนตเร็ว คริคริ นั่งทำสักแป๊บพี่เม่นก็ขอไปนอน ส่วนพี่จี้ก็ชวนเนยกับธีย่องไป BeBop (ผับ) กัน กรั่กๆๆๆ

แต่ความสามารถในการกระโดดโลดเต้นเราน้อย เราก็เลยได้แค่กินเบียร์กันไปคนละนิดละหน่อย แล้วสักพักก็กลับเพราะมีเกย์ฝรั่งเมาไล่กอดจูบผู้ชายในผับ หนีแทบไม่ทัน ฮ่าๆๆ

สุดท้ายของวันนี้ก็ขับพาพี่จี้ไปส่งบ้านหาที่ร้ากกก ส่วนเรากับธีก็กลับไปนอนห้องพักตัวเอง

จบไปอีกวัน!!

บทความที่เกี่ยวข้อง

Mar 1, 2010, 04:10
4769 views
หนีหน้ามาปายวันที่ 2
Feb 12, 2011, 14:32
4637 views
ห้าวัน ณ มัลดีฟ ตอน 1
0 Comment(s)
Loading